HomeArticlesประวัติคอมพิวเตอร์ และการดำเนินธุรกิจคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย 1

e-Transaction Diagram& Its Policy Framework

E-Transactions Diagram& Its Policy Framework
ดร. พงษ์ชัย นิลาส 2 พฤษภาคม 2551

1. etransactions คืออะไร?? ตามที่ได้มี พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ พศ 2544 และฉบับที่สอง พศ 2551 กับพระราชกฤษฏีกากำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการทำธึรกรรมทางอีเล็กทรอนิคศ์ พศ 2549 แล้วนั้น ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า “ธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์” หมายถึงอะไร??

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ กล่าวโดยนิตินัยว่า:
“ธุรกรรม” หมายความว่า การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับกิจกรรมในทางแพ่ง และพาณิชย์ หรือในการดำเนินงานของรัฐตามที่กำหนดในหมวด ๔

“อิเล็กทรอนิกส์”หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่างๆ เช่นว่านั้น

“ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ธุรกรรมที่กระทำขึ้นโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน

“ข้อความ” หมายความว่า เรื่องราว หรือข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะปรากฏในรูปแบบของตัวอักษร ตัวเลข เสียง ภาพ หรือรูปแบบอื่นใด ที่สื่อความหมายได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใดๆ

“ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรเลข โทรพิมพ์ หรือโทรสาร

“ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า อักษร อักขระ ตัวเลข เสียง หรือสัญลักษณ์อื่นใด ที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำมาใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น และเพื่อแสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

“ระบบข้อมูล” หมายความว่า กระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับสร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

“การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า การส่ง หรือรับข้อความด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้มาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

“บุคคลที่เป็นสื่อกลาง” หมายความว่า บุคคลซึ่งกระทำการในนามผู้อื่นในการส่ง รับ หรือเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อันใดอันหนึ่งโดยเฉพาะ รวมถึงให้บริการอื่นที่เกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

“ใบรับรอง” หมายความว่า ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือการบันทึกอื่นใด ซึ่งยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของลายมือชื่อกับข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

 

อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติ หรือในทางเทคนิคจริงๆแล้ว คำว่า “ธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์” หมายถึงอะไร?? ยังไม่อาจเห็นได้โดยชัดเจนจากคำนิยามดังกล่าว ผู้เขียนจึงได้ทำสรุปคำนิยามในทางเทคนิคขึ้น โดยอาศัยประสบการณ์ทำงานของผู้เขียนเอง และโดยอ้างอิงจาก OECD Information Technology Outlook on: ICTs and Information Economy กล่าวว่า:

OECD’s definition: An electronic transactionis the sale or purchase of goods or services, whether between businesses, households, individuals, governments, and other public or private organisations, conducted over computer mediated networks. The goods and services are ordered over those networks, but the payment and the ultimate delivery of the good or service may be conducted on or off line. Include: orders received or placed on any on line application used in automated transactions such as Internet applications, EDI, Minitel or interactive telephone systems.

สำหรับคำนิยามในทางเทคนิคที่เป็นภาษาไทยนั้น ผู้เขียน จะขออ้างอิงนิยามธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนา (OECD) ดังกล่าว เป็นพื้นฐาน โดยจะขอเพิ่มเติมเนื้อหาจากประสบการณ์ทำงานของผู้เขียนเองให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยคำนิยามของคำว่า “ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง:

นิยาม: ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Transaction) คือการทำธุรกรรม การซื้อ หรือการขายสินค้าหรือบริการระหว่างภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน ภาคบุคคล หรือองค์กรต่างๆ ที่เกิดขึ้นผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมการสั่งซื้อโปรแกรม หรือสินค้าดิจิทัล (Digital Goods) ที่อยู่ในรูปสินค้า บริการ หรือการขายข้อมูลบนเว็บไซด์ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการเข้าถึงเว็บไซด์นั้น แต่การชำระเงินหรือการจัดส่งสินค้าจะเกิดขึ้นทางออนไลน์หรือไม่ก็ได้
โดยสรุปแล้ว มูลค่าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จะนับเฉพาะมูลค่าของสินค้า หรือบริการที่เกิดจากคำสั่งที่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่คำนึงถึงรูปแบบของการชำระเงิน หรือการจัดส่ง

ในปัจจุบัน แต่ละประเทศ จะมี “แนวนโยบายของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ที่เป็นของตนเอง เพื่อการสนับสนุนระบบสังคมอิเล็กทรอนิกส์ของแต่ละประเทศ สำหรับ “แนวนโยบายของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ของประเทศไทย (e-Thailand) นั้น จากผลศึกษาของโครงการจัดทำนโยบาย และแผนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2550 และจากหลักเกณฑ์ของการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของ OECD พบว่า แนวทางหลักของนโยบายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สนับสนุนสังคมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย ควรประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก คือ:

(1) แนวทางการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานในด้านต่างๆ เช่น ด้าน Infrastructure (สาธารณูปโภคด้านคอมพิวเตอร์แลระบบเครือข่าย และสาธารณูปโภคด้านระบบ เช่น บริการด้านไอที) ด้าน Software (เช่น ความเหมาะสมของระบบ Software และอุปกรณ์รองรับที่) และด้านข้อมูลต่างๆ (เช่น ข้อมูลของรัฐบาล การแลกเปลี่ยนข่าวสารและข้อมูลของรัฐบาล และมาตรฐานด้าน Interoperability standard

(2) แนวทางการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ กล่าวคือ การพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การเสริมสร้างศักยภาพของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ

(3) แนวทางการพัฒนาด้านนโยบาย และกฎระเบียบ (Policy and Regulation) ประกอบด้วย การวางนโยบายและแผนของการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศในฐานะนโยบายระดับชาติ การออกและปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เช่น กฎหมายด้านข้อมูล (Data Protection Law), …. การควบคุมดูแลความปลอดภัยในด้านข้อมูลข่าวสาร ระบบงาน และเครือข่ายการใช้งาน (Security in information, system and network)

หรืออีกนัยหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า โครงสร้างเบื้องต้น ของ etransaction หรือ “ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ของ ประเทศไทย นั้น อาจแสดงได้ดังผังภาพในหน้าถัดไป:

2. ที่มาที่ไปคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แห่งชาติ: พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ เดือนเมษายน 2545 ในการบังคับใช้แก่ธุรกรรมในการดำเนินงานของรัฐ โดยได้กำหนดให้มี คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีอำนาจหน้าที่ ในการ: เสนอแนะนโยบายการส่งเสริม และพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (etransaction หรือ email หรือ ebusiness หรือ ecommerce) ตลอดจนการแก้ไขปัญหา และอุปสรรคที่เกี่ยวข้องต่อ คณะรัฐมนตรี รวมถึงติดตามดูแลการประกอบธุรกิจบริการ เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผลจากการทำหน้าที่ดังกล่าว ของ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้กรอบของกฏหมายฉบับนี้ ได้ส่งผลให้การทำธุรกรมทางอีเล็กทรอนิคส์ของประเทศไทย เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

 

ผังภาพแสดงโครงสร้างธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีปรากฏในสังคมอิเล็กทรอนิกส์
ของ ประเทศไทย
(e- Transaction Master Plan for e- Thailand)
หรือผังภาพแสดงการเชื่อมโยงระบบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อทุกภาคส่วนของสังคมไทย

etransaction.jpg

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้จัดแถลงผลดำเนินงานในรอบสามปีที่ผ่านไป เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2549 ที่ Miracle Grand Hotel ตลอดจนได้รวบรวม เอกสารเผยแพร่ปัญหา และอุปสรรค ที่ประสบ ให้ผู้เหี่ยวข้องได้รับทราบ เพื่อช่วยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ และสังคมไทย ได้รับประโยชน์จากธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมบริการ ในการใช้ธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ (etransaction) ด้วยความมั่นใจ อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ทั้งในระดับองค์กร และระดับประเทศ

สำหรับมูลค่าการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ในภาคธุรกิจ ปี 2548 ของ ประเทศไทย เป็นดังนี้: คอมพิวเตอร์ 20%, อินเทอร์เน็ต 11%, เว็ปไซต์ 4% ของจำนวนสถานประกอบการ

ส่วนมูลค่าการทำธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ ในปี 2546 ของ ประเทศไทย รวม 63,436ล้านบาท สามารถแจกแจงระหว่างภาครัฐ, ภาคธุรกิจ, กับผู้บริโภคโดยทั่วไป ได้เป็นดังนี้: ระหว่างภาคธุรกิจ กับภาคธุรกิจ 91%, ระหว่างภาคธุรกิจ กับภาครัฐ 8%, และระหว่างภาคธุรกิจ กับผู้บริโภคโดยทั่วไป 1%

สำหรับสินค้าที่เคยสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต ใน ประเทศไทย ในปี 2548 เป็นดังนี้: การสั่งจองบริการต่างๆ 20%, ภาพยนต์ส่งโดยวิธีพัสดุ 19%, ซอฟต์แวร์ส่งโดยวิธีพัสดุ 16%, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 13%, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย 12%, เพลงส่งโดยทางอินเทอร์เน็ต 11%, และหนังสือ 9%

อย่างไรก็ดี มูลค่า และปริมาณการทำธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ ของ ประเทศไทย ยังไม่ขยายตัวรวดเร็วเท่าที่ควร อันเนื่องมาจากปัญหาค่าใช้จ่ายสูง ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐานสำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่: การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีความซับซ้อนสูงในเชิงเทคโนโลยี รวมถึงปัญหาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้บริการขาดความเชื่อมั่น

สืบเนื่องจาก คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบต่อ “นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ แห่งชาติ” หรือไอที2000 เพื่อพัฒนาสังคม และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ อุตสาหกรรม และการค้าระหว่างประเทศ ขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2539 จนมีการบังคับใช้ “พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ พ.ศ. 2544” ขึ้นในปี 2545 ซึ่งไม่เพียงมีวัตถุประสงค์ ให้การรับรองผลทางกฏหมายของข้อมูลอีเล็กทรอนิคส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ในการทำธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ให้น่าเชื่อถือตามกฏหมาย ทั้งในเชิงพาณิชย์ และในกิจกรรมของภาครัฐ ตลอดจนกำหนดให้มี คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แห่งชาติ คอยทำหน้าที่ชับเคลื่อน และผลักดันการทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่ง คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2546

ต่อมาในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้มีมติให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการ ห้าคณะคือ: คณะอนุกรรมการนโยบาย และแผน, คณะอนุกรรมการกำกับดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ และธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ภาครัฐ, คณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐานทางกฏหมาย, คณะอนุกรรมการส่งเสริม และสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เพื่อการทำธุรกรรมทางอีเล็กทรอนิคส์ ของ ผู้ประกอบการ และภาครัฐ, คณะอนุกรรมการด้านความมั่นคง, และได้มีการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการ Thailand KPI Forum ขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2547

 

3. ผลดำเนินงาน คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แห่งชาติ:

3.1 งานแล้วเสร็จ: ได้มีการตราพระราชบัญญัติ และพระราชกฤษฎีกา รวม สี่ฉบับ คือ:

  • พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ พศ 2544
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ (ฉบับที่สอง) พศ 2551
  • พระราชกฤษฏีกากำหนดประเภทธุรกรรมทางแพ่ง และพาณิชย์ ที่ได้รับการยกเว้น ไม่ให้นำ “กฏหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์” มาบังคับใช้ พศ 2549
  • พระราชกฤษฏีกากำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการทำธึรกรรมทางอีเล็กทรอนิคศ์ พศ 2549

 

3.2 งานระหว่างทำ:

1. ด้านแนวทางการทำธุรกรรมอีเล็คทรอนิคส์ภาครัฐ: มีการจัดทำร่างประกาศที่จะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จำนวน สองฉบับ เกี่ยวกับ Information Security และการคุ้มครองส่วนบุคคล อยู่ในระหว่างการนำเสนออนุกรรมการกฏหมายรอบที่สอง ก่อนการนำเสนอ คณะรัฐมนตรี พิจารณารูปแบบติดตามการปฏิบัติงานของภาครัฐ

2. ด้านนโยบายกำกับดูแล epayament Service Provider กับ CA- Cerification Authority:

(ก) ได้กำหนดกรอบกำกับดูแล, ยกร่างกฏหมาย, ร่างประกาศ, เพื่อตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และดำเนินการจัดตั้งสมาคม Thailand PKI Forum

(ข) ได้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาการกำกับดูแล epayament Service Provider นำส่งให้กฤษฎีกาตรวจร่างแล้วเสร็จ อยู่ในระหว่างนำเสนอ คณะรัฐมนตรี รอบสอง

(ค) สำหรับงานยกร่างพระราชกฤษฎีกาการกำกับดูแล CA อยู่ในชั้นกฤษฎีกา

(ง) ได้จัดทำร่างประกาศเกี่ยวกับการให้บริการของ CA อยู่ในระหว่างการนำเสนอเพื่อ ประธานคณะกรรมการธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ พิจารณาลงนาม

(จ) อยู่ในระหว่างจัดสรรงบประมาณจัดทำ National Root CA

(ฉ) ได้จัดประชุมเพื่อการจัดตั้ง Thailand PKI Forum รวม 12 ครั้ง นับแต่ปี 2550

3. ด้านนโยบายความมั่นคงปลอดภัย (Information Security):
(ก) ได้จัดทำ =ร่าง2.5=มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย อยู่ในระหว่างการนำเสนอ คณะรัฐมนตรี
(ข) ได้จัดทำ =ร่าง=พระราชกฤษฎีกาความมั่นคงปลอดภัย มติที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ วันที่ 25 พฤษภาคม 2549 เห็นชอบในหลักการ และให้นำเสนอ คณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐานทางกฏหมาย พิจารณารายละเอียด ให้ ประธานคณะกรรมการธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ นำเสนอ คณะรัฐมนตรี ต่อไป

4. ด้านนโยบายส่งเสริมธุรกิจ ecommerce:
(ก) อยู่ในระหว่างดำเนินการผลักดันให้ กรมสรรพากร จัดทำ etax- invoice และ ereceipt
(ข) จัดตั้งสมาคม ecommerce แล้วเสร็จ ได้ดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง
(ค) จัดสัมมนาเผยแพร่ความรู้ ecommerce อย่างต่อเนื่อง

5. ด้านการแก้ไขปัญหาการทำออนไลน์ธุรกรรมอีเล็คทรอนิคส์ เช่น: ปัญหาการติดอากรแสตมป์, ปัญหาการนำเสนอ เอกสารต้นฉบับจากเครื่องคอมพิวเตอร์ สู่ชั้นศาล: โดยการกำหนดข้อปรับปรุงไว้ในมาตรา 4 ถึง 7 ของ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ (ฉบับที่สอง) พศ 2551

6. ด้านการจัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ ให้พร้อมเป็นหน่วยงานกำกับดูแล ตามพระราชบัญญัติ ด้วยการจัดทำเป็นร่างกฏหมายปรับปรุง ซึ่ง คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาแล้วเสร็จ ตามระบุใน มาตร 10 ของ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ (ฉบับที่สอง) พศ 2551 ขณะนี้อยู่ในระหว่าง ถ่ายโอนภาระกิจจาก เน็คเท็ค ไปยัง กระทรวงไอซีที รวมถึงการจัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอีเล็คทรอนิคส์ ต่อไป

 

ประวัติผู้เขียน: ดร. พงษ์ชัย นิลาส

 

 

pongchai.jpg

ภาคีคอมพิวเตอร์ วสท. และอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าควบคุมระบบเครื่องมือวัด และเม็ดคาทรอนิคส์ วสท. ปี 2547- 2550,
ประวัติการศึกษา: B.S. (Honor) สาขา Instrumentation Engineering จาก King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang (KMITL), M.S. and Ph.D. สาขา Electrical Engineering and Computer Science และประสบการณ์งานFellow of Robotics and Autonomous Systems Laboratory จาก Vanderbilt University,
ประวัติการทำงาน:ศึกษาค้นคว้าวิจัยด้าน intelligent robotics for disabled person, information security, computer vision and image analysis in three different areas: sensory-guided robotics, intelligent human-machine interaction, และinformation- encryption/ hiding in real- time signal processingตำแหน่ง Assistant Professor ในภาควิชาElectrical Engineering& Instrumentation Engineering ที่KMITL

 

Free business joomla templates