HomeArticlesบทความเรื่อง: ปัญหาด้านตลาดแรงงานวิชาชีพเทคโนโลยีระดับสูง

ประวัติคอมพิวเตอร์ไทย ในส่วนของ Scientific Computers & Engineering Applications 3

3. ประวัติคอมพิวเตอร์ไทย

ในส่วนของ Scientific Computers & Engineering Applications

=ฉบับสมบูรณ์=ดร. ชวลิต ทิสยากร วุฒิไฟฟ้า และวุฒิคอมพิวเตอร์ วสท. และ ASEAN OutStanding Engineer

 

1. บทนำ เทคโนโลยีรีโมทเซ็นซึ่งได้รับการพัฒนาจากการสำรวจข้อมูลภาคพื้นดินด้วยกล้องถ่ายรูป (Photo Camera) ที่ติดตั้งบนเครื่องบิน นับแต่ปี พ.ศ. 2473 เป็นต้นมา โดยเทคนิคการแปลภาพถ่ายทางอากาศด้วยตา (Visual Interpretation) ได้รับการนำมาใช้ในงานประยุกต์ในสาขาวิชาต่างๆที่เกี่ยวกับพื้นผิวโลก (Earth Surface) ซ่างต่อมากล้องถ่ายภาพทางอากาศก็ได้รับการปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถรับช่วงคลื่นแม่เหล็กๆไฟฟ้า ที่ตาคนไม่อาจมองเห็นได้เช่น: MagnetoMeter, InfraRed Camera, Side Looking Radar, และ MultiSpectral Scanners, เป็นต้น โดยสัญญาณภาพเหล่านี้ ได้รับการแปลงจากข้อมูลดิจิตอล ให้เป็นภาพถ่าย (Pictures) เพื่อช่วยให้การตีความภาพถ่ายเหล่านั้น (Pictures Interpretation) มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งปรากฏผลว่า การใช้ภาพถ่ายทางอากาศ (Digital AirBorn Data) ช่วยให้สมรรถนะการวิเคราะห์ และการตีความภาพพื้นผิวโลก (Earth Surface Analysis& Interpretation) ดีขึ้นกว่าการใช้กล้องถ่ายรูปเป็นอันมาก อย่างไรก็ดี การนำภาพถ่ายทางอากาศมาใช้ในงานประยุกต์ต่างๆ กลับไม่แพร่หลายเท่าที่ควร เพราะอุปสรรคต่างๆดังนี้:

 

- หนึ่งภาพพิมพ์ (Picture Frame) จะครอบคลุมอาณาบริเวณประมาณ สิบตารางกิโลเมตร ทำให้ต้องบินกันหลายเที่ยว จึงจะได้จำนวนภาพถ่ายมากพอแก่การใช้งาน

- ความผิดพลาดทางเรขาคณิต (GeoMetric Errors) ที่ส่งผลกระทบต่อการทรงตัวของเครื่องบิน และเพดานบิน จากความเร็ว และทิศทางลมในขณะบินถ่ายภาพพื้นผิวโลกนั้น มีสูงมาก ทำให้เกิดความยกลำบากทั้งในการต่อภาพให้เป็นผืนใหญ่ขึ้น (Mosaicking) และในการกำหนดจุดพิกัดอ้างอิงภาคพื้นดิน (Land Co- ordinate Referencing)

- ต้นทุนการถ่ายภาพด้วยเครื่องบินในแต่ละเที่ยวบินนั้นสูงมาก

 

ผลจากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์โดยรวม จึ่งในปี พ.ศ. 2515 องค์การนาซ่า สหรัฐอเมริกา ได้ส่งดาวเทียมสำรวจสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ชื่อ ERTS- Earth Resources Tracking Satellite (ต่อมาได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น LANDSAT1) เพื่อการรับส่งสัญญาณภาพจาก Digital Sensor มาใช้ในการวิเคราะห์ภาพด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง และทำให้นักวิจัยนับร้อยคนในสหรัฐอเมริกา สามารถวิเคราะห์ และตีความภาพถ่ายดาวเทียม (Satellite Digital Data) ได้นับเป็นพันผลงาน ภายในเวลาเพียงสองปี ซึ่งไม่สามารถจะทำได้มาก่อนจากการบินถ่ายภาพทางอากาศ สหรัฐอเมริกาจึงได้ส่งดาวเทียมสำรวจสำรวจทรัพยากรธรรมชาติดวงต่อๆมา จนกระทั่ง LANDSAT4 ในปี พ.ศ. 2524 ไม่มีการติดตั้งระบบจัดเก็บข้อมูลดิจิตอลไว้ในดาวเทียม เพื่อการถ่ายทอดสัญญาณภาพถ่ายดาวเทียม ลงสู่สถานีรับภาคพื้นดิน (Ground Receiving Station) ในลักษณะ Batch Processing ที่สหรัฐอเมริกาในภายหลัง แต่ใช้วิธีการถ่ายทอดสัญญาณภาพถ่ายดาวเทียมแบบ Real Time ลงสู่สถานีรับภาคพื้นดิน และได้รับการแปลงข้อมูลดิจิตอลเหล่านั้น ให้เป็นเทปบันทึกข้อมูลดิจิตอล (CCT- Computer Compatible Tape) ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป (General Purpose Computer หรือ Business Computer) สามารถนำไปประมวลผลได้ แทน โดยในขณะเดียวกัน สถานีรับภาคพื้นดินในสหรัฐอเมริกา ก็จะแปลงข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่เป็นดิจิตอล ให้เป็นภาพพิมพ์ (Photo Pictures) เอการนำไปใช้ในงานตีความภาพถ่ายเหล่านั้นด้วยตาได้เช่นกัน

 

อย่างไรก็ดี ประเทศไทย โดย สภาวิจัยแห่งชาติ ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2514 ให้ดำเนินการสั่งซื้อภาพถ่ายพื้นผิวประเทศไทย จาก สหรัฐอเมริกา มาใช้งานประยุกต์ด้านการเกษตร โดยวิธีการตีความภาพถ่ายเหล่านั้นด้วยตา (Visual Interpretation) ซึ่งก็รวมถึงประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศในโลก ได้แก่: ออสเตรเลีย อินเดีย และญี่ปุ่น เป็นต้น ทำให้ความต้องการสั่งซื้อภาพถ่ายดาวดาวเทียมที่เป็นเป็นภาพพิมพ์ เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินความสามารถของแผนกจำหน่ายข้อมูลดาวเทียมสหรัฐอเมริกาจะให้บริการได้ทัน และเกิดการนำส่งข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมล่าช้าเป็นปี (Service BackLog) ไม่ทันแก่การใช้ในงานประยุกต์ต่างๆตามสภาพที่เป็นจริงได้ จนเกิดความจำเป็นอย่างต่อเนื่องกันมานานหลายปี ในการใช้เทคโนโลยีการตีความภาพถ่ายดาวเทียมที่เป็นภาพดิจิตอล (Digital Imaging) ใน CCT โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป (Business Computer) แทน

 

ในปี พ.ศ. 2519 ประเทศไทย โดย สภาวิจัยแห่งชาติ ได้แต่งตั้ง ดร. สุวิทย์ วิบูลย์เศรษฐ์ ให้เป็น Remote Sensing Program Manager ในการผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีการตีความภาพถ่ายดาวเทียมที่เป็นภาพดิจิตอล (Digital Imaging) ใน CCT โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป (Business Computer) ขึ้นในประเทศไทย จึ่งในปี 2520 ดร. ชวลิต ทิสยากร ได้มีโอกาสเข้าพบ ดร. สุวิทย์ วิบูลย์เศรษฐ์ ที่ สำนักงานใหญ่ สภาวิจัยแห่งชาติ เพื่อให้การสนับสนุนงานศึกษา และพัฒนาการนำเทคโนโลยีการตีความภาพถ่ายดาวเทียมที่เป็นภาพดิจิตอล (Digital Imaging) ใน CCT มาประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป (Business Computer) ใน ประเทศไทย รวมถึงการขยายผลศึกษาวิจัยเกี่ยวข้อง และการของบประมาณสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพิ่มเติม จาก สำนักงบประมาณ

 

 

ดร. สุวิทย์ วิบูลย์เศรษฐ์ วุฒิไฟฟ้า วสท. ปริญญาตรีไฟฟ้า จาก Osaka University,ปริญญาโท จากโทไฟฟ้า จาก Ottawa University, และปริญญาเอก Remote Sensing จาก Tokyo University ดร. สุวิทย์ เป็นผู้สร้างอาณาจักรภาพถ่ายดาวเทียมระบบคอมพิวเตอร์ ของ ประเทศไทย ตั้งแต่ตำแหน่ง Program Manager ในปี พ.ศ. 2519, ผู้อำนวยการกองดาวเทียม, และ เลขาธิการสภาวิจัยแห่งชาติ, รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์, ตลอดจนเป็น Founding Chief Director ของ GISTDA- GeoInformatics& Space Technology Agency ในเวลาต่อมา ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนากิจการภาพถ่ายดาวเทียมของประเทศไทย ให้ประสบความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียน

ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายสิบปีต่อมา ดร. ชวลิต ทิสยากร ร่วมกับคณะวิจัย จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสศึกษา และพัฒนาการนำเทคโนโลยีการตีความภาพถ่ายดาวเทียมที่เป็นภาพดิจิตอล (Digital Imaging) ใน CCT มาประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป (Business Computer) ใน ประเทศไทย ให้แก่ สภาวิจัยแห่งชาติ ตลอดจนถึง ให้คำปรึกษาแนะนำ ในการจัดตั้งสถานีรับดาวเทียม โดย กองดาวเทียม สภาวิจัยแห่งชาติ ที่ ลาดกระบัง และการจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน (GISTDA- GeoInformatics& Space Technology Agency) ในปัจจุบัน โดยมีผลงานศึกษาค้นคว้า ด้าน Digital Data Classification, Small Satellite Implementation, GIS- GeoGraphic Information System, และ Thailand Remote Sensing, เป็นต้น, รวมกว่า 20โครงการ เช่น:

“Feasibility of System Implementation for the Digital Processing of LANDSAT Data,”

“LANDSAT Data Processing Capability in Thailand,” (in Thai)

“A LANDSAT Image Classification Technique for the Study of Forest Area and its Change in Thailand,” (in Thai)

“Digital Mapping of Sedimentation around the Bhumibhol Dam from LANDSAT Data,” (in Thai)

“Implementation and Development of RECOGX Program at Computer Service Center, Chulalongkorn University,” (in Thai)

“A Comparative Study between LANDSAT Data and Ground-Truth Data,” (in Thai)

“Development of Geometric Error Correction Package for the LANDSAT CCT,”

“Case Study of Land-Cover and Sedimentation in SamutSakorn Province Utilizing LANDSAT CCT,” (in Thai)

“LANDSAT Data Analysis in Thailand,”

“Implementation of Economical Agricultural Information System for LANDSAT Ground Truth Data Analysis,” (in Thai)

“Installation of TEAM- CORRE Package on the UNIVAC 1100 Computer to the Agricultural & Co-operative Department of Thailand,” (in Thai)

“Study on Guidance to Produce LANDSAT Data on Micro- Computer Diskette and Its Usage,” (in Thai)

“Development of Boundary Package for Error Corrected Data,” (in Thai) “Prospective Future of LANDSAT Data Analysis in Thailand,” (in Thai)

“ATARIs- the Computer Software Package to Register Ground Truth Data of Thailand Economic Crops,” “Analysis of SPOT Data Market Demand in Thailand,” (in Thai)

“The BOUNDARY Package for LANDSAT Data,” (In Thai) “Technology Impacts to Thailand’s Remote Sensing Activities during the next decade,” entitled “Remote Sensing 2000,”

“GIS Master Plan for Thailand’s Educational Classes in All Levels,” (in Thai)

“Risk- Area Classification for Natural Hazards in Thailand's Northern WaterSheds,” (in Thai)

"GIS Applications to the Development Activities, in the Northern WaterSheds of Thailand,"

"Land Use Measures through Implications from the Various Criteria Risk-Levels of the Natural Risk-Maps, in the Northern WaterSheds of Thailand"

 

2. Scientific Computers & Engineering Applications:

 

2.1 ภาพแสดงเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรกของประเทศไทย สำหรับการประมวลผลเบื้องต้นภาพถ่ายดาวเทียม (Digital Images) จาก ดาวเทียมถ่ายภาพสหรัฐอเมริกา LANDSAT4 และ LANDSAT5 ของ กองดาวเทียม สภาวิจัยแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2525 ผลิตโดย MDA- MacDonald, DettWiler& Associates Ltd. จากแคนาดา

         

           

 

ภาพแสดงพื้นที่ครอบคลุมข้อมูลภาพถ่ายดิจิตอล รวม 18ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก ดาวเทียมถ่ายภาพสหรัฐอเมริกา LANDSAT4 และ LANDSAT5 ของ กองดาวเทียม สภาวิจัยแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2525 ที่ สถานีรับภาคพื้นดินลาดกระบัง

 
                      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณไชยยันต์ เมาลานนท์ ผู้อำนวยการสถานีรับดาวเทียมภาคพื้นดินลาดกระบัง ของ กองดาวเทียม สภาวิจัยแห่งชาติ กับเครื่องเตรียมประมวลผลภาพแผ่นฟิล์ม (Film Quick Look Recorder) และภาพดิจิตอลจากดาวเทียม (HDDT- High Density Digital Tape Recorder) ในปี พ.ศ. 2525

 

 
                       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพแสดงเครื่องประมวลผลภาพแผ่นฟิล์ม (Film Recorder) และภาพดิจิตอลจากดาวเทียม (CCT- Computer Compatible Tape Recorder) จาก Scientific Computer ที่ สถานีรับดาวเทียมภาคพื้นดินลาดกระบัง ของ กองดาวเทียม สภาวิจัยแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2525 ผลิตโดย MDA- MacDonald, DettWiler& Associates Ltd. จากแคนาดา

 

2.2 จากยุค สู่ยุค: ในระยะแรกของการนำภาพถ่ายคอมพิวเตอร์ CCT จาก สภาวิจัยแห่งชาติ ที่ได้รับเทปภาพถ่ายพื้นผิวประเทศไทย จาก สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 2522 นั้น คณะนักวิจัย โดยการนำของ ดร. ชวลิต จะต้องนำภาพถ่ายคอมพิวเตอร์ CCT ที่เป็น Digital Data นั้น มาทำการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ธุรกิจระดับเมนเฟรม (Business Computer) ในสมัยนั้น ซึ่งเป็น Stack Machine รุ่น B1700 ผลิตจาก Unisys Corporation สหรัฐอเมริกา โดยได้รับความอนุเคราะห์ด้าน Machine Time จาก บจก. ยิบอินซอย และดร. สุวิทย์ มีความประสงค์จะทดลองขีดความสามารถของ B1700 ที่เป็น Small Scale Computer เพื่อจะนักวิจัยอื่นๆ จะมีโอกาสใช้ค่าบริการ Machine Time ในอัตราไม่แพงมากนัก ซึ่งในสมัยนั้น B1700 เป็น Binary Crunching Machine ที่มีขีดความสมารถการประมวลผลดีพอสมควร และยังใช้เครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์ Impact Printer ประเภท Chain Printerแต่ยังไม่มี Laser Printer หรือ InkJet Printer ดังเช่นในอีกหลายสิบปีต่อมา (แม้กระทั่ง Ball Printer หรือ Matrix Printer ก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นในตลาดคอมพิวเตอร์ธุรกิจเมืองไทยในช่วงปี 2522) ในขณะนั้น คณะนักวิจัย จึงได้อาศัยเทคโนโลยี จาก ERIM- Environmental Research Institute of Michigan โดยในการติดตั้ง และทดสอบ InterActive FORTRAN IV ของโปรแกรมซอฟต์แวร์ LIGMALS ที่ได้รับการออกแบบให้ทำประมวลผลเบื้องต้นภาพถ่ายดาวเทียมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ได้แก่การทำ ReFormatting CCT Data ให้มาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการตีความภาพถ่ายด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างจริงจังต่อไป พร้อมทั้งทดลองพิมพ์ภาพกรุงเทพมหานคร จากภาพถ่ายดาวเทียมเป็นครั้งแรก ด้วยเครื่องพิมพ์แบบ Chain Printer ในลักษณะ Gray Scale แล้วทาสีตามรหัสด้วยมือ

หมายเหตุ: สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ Stack Machine รุ่น B1700 จาก Unisys Corporation สหรัฐอเมริกา นี้ ได้รับการติดตั้งใช้งานธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ที่ สำนักงานใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ถนนนานาเหนือ ในปี พ.ศ. 2522 สำหรับระบบงานบัญชีต่างประเทศ FAS- Foreign Accounting System และ กสช.- ระบบงานกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่ และครูโรงเรียนเอกชน อันเป็นระบบงานรับฝากเงิน- ถอนเงิน ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เป็นต้น และต่อมารุ่น B1900 ได้รับการติดตั้งใช้งานธุรกิจบริการ ที่ สำนักงาน American Express Corp. ถนนสีลม

 

 
 

 

 ภาพ Card Reader แบบตั้งโต๊ะ (Desk Top) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องพ่วงระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ B1700 (Computer Peripharal) ในปี พ.ศ. 2520 เพื่อการนำ FORTRAN Program Codes ในลักษณะ Batch (เป็นตอน) ควบคุมหน้าหลังด้วยบัตร 80Column Cards ในภาษา JCL- Job Control Language ซึ่งเป็นภาษา Assembly Language ในสมัยนั้น เข้าสู่การทำประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับเมนเฟรม

 

 

 
                 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพถ่ายประวัติศาสตร์: ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงภูมิทัศน์บริเวณกรุงเทพมหานคร” เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2520 บนเครื่องคอมพิวเตอร์ B1700 โดยเทคนิคการพิมพ์ซ้ำอักษร ในลักษณะ Seven Gray- Tone levels ตามมาตรฐาน LIGMALS SoftWare ของ ERIM แล้วทาสีด้วยมือ ตามรหัสที่แบ่งเป็นเจ็ดสี เนื่องจากยังไม่มี Laser Printer ในสมัยนั้น ความละเอียดภาพ 80เมตรต่อหนึ่งจุดภาพ (Pixel)

 

และเนื่องจากความเร็วการประมวลผลข้อมูลดิจิตอลของภาพถ่ายดาวเทียมปรากฏไม่เร็วพอแก่การใช้งานวิเคราะห์ข้อมูล อีกทั้ง LIGMALS เอง ก็ไม่มีโปรแกรมจำแนกประเภทข้อมูลดิจิตอลของดาวเทียม ในปีรุ่งขึ้น คือปี พ.ศ. 2521 สภาวิจัยแห่งชาติ โดยการสนับสนุนจาก บจก. ยิบอินซอย คณะนักวิจัย จึงได้มีโอกาสนำเทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูลดิจิตอลของดาวเทียม ของ RECOG Classification SoftWare Program จาก Colorado State University ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 มาทดลองพัฒนา และติดตั้งใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง B3700 ซึ่งเป็น Decimal Von Neumann Machine ในการแจกแจงพื้นที่ป่าไม้ภาคตะวันออก บริเวณเหนือเกาะเสม็ด โดยการเพิ่มโปรแกรม MLR- Maximum Likelihood Ratio ของ Thresholding Theory จาก RECOG SoftWare เข้าไปใน LIGMALS SoftWare แล้วคำนวณพื้นที่ป่าไม้ไทย ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นครั้งแรก

 

                     
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพถ่ายดาวเทียม Photo Picture แสดงพื้นที่ป่าไม้ภาคตะวันออกของประเทศไทย เมื่อ 35ปีมาแล้ว ในบริเวณพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ได้รับการศึกษาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง B3700 จาก LIGMALS SoftWare และได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถทำ Area Classification จาก คณะนักวิจัยคนไทย (คุณกันยา ทิสยากร) เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2521 โดยให้เครื่องคอมพิวเตอร์คำนวณปริมาณพื้นที่เป็น ป่าทึบ ป่าชายเลน และป่าทำลาย ด้วยเทคโนโลยีการทำ Tresholding Classification ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งมีประสิทธิภาพความแม่นยำ ประมาณ กว่า 85% พบพื้นที่ป่าสมบูรณ์ขณะนั้น 52% ของพื้นที่ 2.2ล้านไร่ (ปัจจุบันลดลงจากเดิมประมาณห้าเท่า)

 

 
                                                

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ Classified Map แจกแจงลักษณะการตกตะกอนดินแขวนลอย ในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล จากการศึกษาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง B3700 โดย LIGMALS SoftWare จากคณะนักวิจัยคนไทย (คุณหาญ กิตติชานันท์) เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2521 โดยการสุ่มตัวอย่างน้ำ มาวัดปริมาณตะกอนดินแขวนลอยในอ่างเก็บน้ำจุดต่างๆ จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และแสดงผลวิเคราะห์โดยวิธีพิมพ์ซ้ำอักษร ในลักษณะ Seven Gray- Tone levels ผ่าน Train Printer แล้วทาสีด้วยมือ เนื่องจากยังไม่มี Laser Printer ในสมัยนั้น

2.3 ในปี พ.ศ. 2525 พระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ทรงเข้าร่วมกิจกรรม และศึกษาเทคโนโลยีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ โดยทรงเข้าหลักสูตรเทคโนโลยีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ที่มี Dr. Joseph ASHBACHER ทูตเทคโนโลยีสหประชาชาติ ประจำประเทศอิตาลี มาเป็นวิทยากร (Trainer) ผู้บรรยายที่เมืองไทยในสมัยนั้น อีกทั้ง ยังทรงทำพิธีเปิดสถานีรับภาคพื้นดิน (Remote- Sensing Ground Receiving Station) ที่ ลาดกระบัง ซึ่งมี คุณไชยยันต์ เมาลานนท์ เป็นผู้อำนวยการสถานีรับคนปัจจุบัน

 

 
                             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในปี พ.ศ. 2525 พระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงทอดพระเนตรเทคโนโลยีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ที่ กองดาวเทียม สภาวิจัยแห่งชาติ โดยมีคุณกันยา ทิสยากร ถวายคำอธิบายด้านเทคโนโลยีรีโมทเซ็นซิ่ง

 

2.4 ภาพถ่ายดาวเทียม ของ ประเทศไทย ในปัจจุบัน: จากการขาดอ่างเก็บน้ำที่เพียงพอ ส่งผลให้ไม่มีที่เก็บกักน้ำได้เพียงพอ ทำให้อุทกภัยภาคเหนือเกิดซ้ำซ้อนในประเทศไทยทุกปี โดยมีต้นเหตุเบื้องลึก จาก กลุ่มนายทุนลักลอบตัดป่า ที่พยายามแฝงตัว เพื่อขอค่าชดเชยจากต้นไม้ที่จะได้รับความเสียหายถูกน้ำท่วมหากมีการสร้างเขื่อน ร่วมกันกับนักสิ่งแวดล้อม ที่พยายามปลุกระดมต่อต้านการสร้างเขื่อน และนักการเมืองที่ได้แต่นิ่งดูดาย ไม่อนาทรร้อนใจ จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2554 ทั้งๆที่ ยังมีเขื่อนน้ำโจนส์หนึ่ง และเขื่อนน้ำโจนส์สอง ที่มีขนาดอ่างเก็บน้ำใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และได้รับการศึกษาทางธรณีวิทยา ตลอดจนได้รับการออกแบบก่อสร้างไว้จนแล้วเสร็จมานานกว่าสิบปี พร้อมที่จะดำเนินการก่อสร้างได้โดยทันที

              

 

ภาพแสดงช่วงการเกิดอุทกภัยในปลายปี พ.ศ. 2554: ตัวอย่างโรงงานผลิตกระดาษปัญจพลเปเปอร์ ที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้เตรียมการป้องกันน้ำท่วมเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ 20ปีก่อนหน้า จึงปรากฏมีน้ำท่วมเฉพาะด้านนอกแนวคันดินกั้นน้ำที่สูงเป็นเมตร (รวมความยาวของคันดินประมาณ ห้ากิโลเมตรเศษ ล้อมรอบบริเวณโรงงานพื้นที่กว่า 500ไร่) ไม่พบอุทกภัยภายในพื้นที่โรงงาน เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียมธีออส1 ของ ประเทศไทย ในวันเกิดเหตุ โดย GISTDA- Geo- Informatics and Space Technology Development Agency (Public) อ้างอิงจากหนังสือ “The World of Water,” May 2012

 

 

 

 

2.5 สถานภาพการใช้งานภาพถ่ายดาวเทียม ของ กรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทย ในปัจจุบัน: ปัจจุบัน มีระบบโทรมาตรวัดน้ำฝน (Rain- Fall TeleMetering) ติดตั้งใช้งานอยู่ทั่วประเทศไทย รวมกว่า หนึ่งพันแห่ง ผนวกเข้ากับเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ในการบูรณาการข้อมูลคอมพิวเตอร์จากส่วนงานเกี่ยวข้องต่างๆ ในการพยากรณ์สถานภาพการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ใน ประเทศไทย ดังภาพ:

 
 

 

ภาพคอมพิวเตอร์รวม 4Layers ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา นำมาใช้บูรณาการ ในการพยากรณ์สถานภาพการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ใน ประเทศไทย ปัจจุบัน ด้วยเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์

 

3. ภาพแสดงการใช้งาน Scientific Computer ของ ประเทศไทย ที่ โรงงานผลิตกระดาษ และโรงไฟฟ้าแรงดันไอสูง บจก. ปัญจพลไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ จังหวัดสมุทรสาคร เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา

                            

 
   

 

ผลิตภัณฑ์ด้าน Process Automation ของ ABB ในระบบ Control System และ Plant Optimization ในลักษณะ Real Time ที่ โรงงานผลิตเยื่อ และกระดาษ Panjapol Pulp and Paper Public ที่บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2533 (ภายใต้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ จาก Citi Bank Thailand)

 

 
                                      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลิตภัณฑ์ด้าน Process Automation ของ ABB ในระบบ Power Management Control System และ Power Plant Optimization ในลักษณะ Real Time ที่ โรงไฟฟ้าถ่านหิน แรงดันไอสูง ของ โรงงานผลิตกระดาษ บจก. ปัญจพลไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ ที่บางปลา จังหวัดสมุทรสาคร เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2536

4. อนาคตการใช้งาน Scientific Computer ใน ประเทศไทย: จากการขาดแคลนเงินทุนวิจัยของประเทศไทยในระดับวิกฤติยิ่งยวดมากที่สุดในโลก ที่เรื้อรังสืบต่อเนื่องกันมานานตลอดระยะเวลาเป็นร้อยปีพันปีในประวัติศาสตร์ไทย ส่งผลให้ประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีที่เป็นของตนเอง (No Technological Know- How Assets) อีกทั้งยังไม่มีศักยภาพพอเพียงแก่การที่จะพัฒนา หรือแม้แต่การบำรุงรักษา (Repairment) อุปกรณ์ไฟฟ้า อีเล็คทรอนิคส์ หรือคอมพิวเตอร์ อย่างมีประสิทธิภาพด้วยตนเองได้ ทำให้ประเทศไทย จะต้องพึ่งพาการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้า อีเล็คทรอนิคส์ และคอมพิวเตอร์ ตลอดจนจะต้องพึ่งพาบุคลากรผู้ชำนาญการ จาก ต่างประเทศตลอดไปในอนาคต

 

ยิ่งไปกว่านี้ การที่ประเทศไทย ไม่เข้าใจ ไม่เห็นความสำคัญ ไม่สนใจ และไม่ยอมลงทุนในอุตสาหกรรมอีเล็คทรอนิคส์ กับอุตสาหกรรม ICT OutSourcing ส่งผลให้ประเทศไทย ไม่อยู่ในสภาพที่จะมีศักยภาพการซ่อมบำรุง และการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้า อีเล็คทรอนิคส์ และคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ปัจจุบัน ขีดความสามารถการใช้งานคอมพิวเตอร์ของประเทศไทย ตกอยู่ในระดับล้าหลัง เมื่อเทียบกันกับประเทศอื่นๆในอาเซียน) ซึ่งนอกจากจะทำให้ประเทศไทยขาดรายได้เข้าประเทศ (National Income from OverSeas) จากอุตสาหกรรมส่งออกในส่วนนี้แล้ว ยังจะส่งผลให้เกิดต้นทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (DownStream Manufacturing Products) ของ ประเทศไทย สูงกว่าประเทศคู่ค้า (Country- wise Competitiveness) อย่างช่วยอะไรไม่ได้อีกด้วย

 

สำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ ในการประยุกต์งานวิศวกรรมเช่นการใช้งานภาพถ่ายดาวเทียมภายในสถานีรับภาคพื้นดิน ตลอดจนถึงการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรประเภท Continuous Processing ที่ซับซ้อน เช่น: โรงงานผลิตกระดาษ, โรงไฟฟ้าแรงดันไอสูง, และโรงกลั่นน้ำมัน, นั้น ประเทศไทย จะยังคงมีความต้องการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ในกลุ่ม Scientific Computer ต่อไป ตลอดจนถึงการขยายวง ออกไปครอบคลุมงานประยุกต์คอมพิวเตอร์อื่นๆ ในด้านการบริหารจัดการโรงงาน และการนำข้อมูลด้าน AR- Account Receivable และ AP- Account Payable เข้าสู่ฐานข้อมูลส่วนกลาง เพื่อการประมวลผลระบบบัญชี ในลักษณะ Real Time Processing ที่เรียกกันว่า Mill- Wide Control- System

 

ส่วนทฤษฎี Dr. Gordon MOORE จาก Intel Corp. ที่พยากรณ์ไว้แต่ปี 1980 ว่า เทคโนโลยีการผลิต Solid State ไมโครชิพคอมพิวเตอร์ จะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเท่าตัวในทุกๆ 18เดือน และได้เป็นจริงมาจนถึงปี 2000 ซึ่งวิศวกรสหรัฐอเมริกามีความเห็นพ้องกันว่า คำพยากรณ์ดังกล่าวจะยังคงเป็นจริงไปอีก 20ปีนั้น จะยังส่งผลให้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีการปรับเปลี่ยนรุ่น (Generations) เพิ่มเติมขีดความสามารถ และประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่องในทุกๆ 18เดือน ติดต่อกันไปอีกนานนับสิบปี

 

สำหรับด้าน Large Scale Telemetering ที่มี Real Time Sensor ทำงานในลักษณะ Automatic Control Systems จะได้รับการจัดซื้อจากต่างประเทศ เข้ามาติดตั้งในส่วนต่างๆของประเทศไทยเพิ่มเติม ทั้งในด้านการตรวจวัดปริมาณน้ำฝน และสำหรับการติดตามดูแลสภาพการจราจร และดูแลความสงบเรียบร้อย หรือการติดตามอาญากรรมต่างๆ ภายในตัวเมือง ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ (Computer NetWorking) ในลักษณะ Smart City

 

อย่างไรก็ดี ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ในระดับซูเปอร์ ซึ่งอยู่ในความต้องการอย่างยิ่งยวดในการประยุกต์งานฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ในลักษณะ Meta Data Arithmetic Number Crunching นั้น ประเทศไทยก็จะยังคงมีความต้องการในการจัดซื้อจัดหาระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ในระดับซูเปอร์ จาก ต่างประเทศ มาใช้ในงานประยุกต์คอมพิวเตอร์ จำนวนสามพื้นที่งานด้วยกัน คือ: การใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ในงานคำนวณสมการคณิตศาสตร์ขนาดใหญ่ (Derived Mathematical Formula) ของนักวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์, การใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ในงานพยากรณ์ดินฟ้าอากาศ และการเตือนภัยธรรมชาติ ของ กรมอุตุนิยมวิทยา, ตลอดจนถึงการนำซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาใช้ในงานออกแบบ และจัดทำภาพยนตร์ระดับ Animation ติดต่อกันมานาน 50ปีแล้ว

 

สำหรับการใช้งานประมวลผลคอมพิวเตอร์ ในลักษณะ Meta Data Arithmetic Number Crunching จาก Cloud Computer ที่ทำหน้าที่เป็น Data Centre ขนาดใหญ่นั้น จะอยู่ในความต้องการของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ไทยในด้านธุรกิจโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความบันเทิง สื่อสังคม Animation และทีวีเกมขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี เป็นที่คาดกันว่า เทคโนโลยี MemRistor ซึ่งได้รับการศึกษาค้นคว้ามานานหลายสิบปีแล้วนั้น จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ ในระดับ Innovation (หรือ BreakThrough Technology) เข้ามามีบทบาท ทำให้ขีดความสามารถ ตลอดจนถึงความเร็วในการทำงานของ Smart Phone, Tablet, และโน้ตบุ๊คต่างๆ, ในอนาคต มีสมรรถนะการทำงาน สูงเทียบเท่าการทำงานในลักษณะ Cloud Computing โดยจะส่งผลให้หมดความจำเป็นการใช้งาน Cloud Computing ในเวลาสิบปีข้างหน้า

 

เอกสารอ้างอิง:

(1) หนังสือรวมเล่ม “การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์,” พิมพ์ครั้งที่สอง มกราคม 2526, โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(2) Dr. Chavalit THISAYAKORN, “Digital Image Processing of Remote Sensing Data in Thailand,” Fourth Edition, July 1990, Funny Publishing Partnership Limited

(3) บทความทั่วไป และข่าวกิจกรรม สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. วาระ ปี 2554 ถึง 2556 “วิศวกรรมคอมพิวเตอร์สาร,” ฉบับธันวาคม 2555

(4) “ทันโลกไอที กับงานวิศวกรรม วสท.,” หนังสือรายงานประจำปี คณะกรรมการ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. วาระ ปี 2551 ถึง 2553

(5) ภาพข่าวสถานีเว็ปสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. วันที่ 12 มีนาคม 2556

(6) ภาพข่าวหน้าหนึ่ง “ส่องกล้องมองดู แวดวงวิศวกรไฟฟ้าไทย” จดหมายข่าวไฟฟ้า วสท., ฉบับมกราคม 2549

(7) “KTB IT History- Chronological Events,” KrungThai Computer Services Co., Ltd., 21 January 1997

ประวัติผู้เขียน: ดร. ชวลิต ทิสยากร วุฒิไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ วสท., ASEAN OutStanding Engineer, IEEE Senior Member, 2513: วศ.บ. ไฟฟ้าสื่อสาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2514: M.E. Computer Information Systems และ 2518: Ph.D. Automatic Control Systems จาก Texas A&M University,  Distinguished by Who's Who in Thailand Executives 1983, Who's Who in Asia Pacific 1986, and Marquis' Who's Who in the World 1998, Recorded as member of IBC‘s Perpetuity Hall in Cambridge as “World 2013 Leading Engineers” and “World 2,000 Intellectuals”

Free business joomla templates