HomeEIT Anouncementผลการสอบเลื่อนชั้น

คณะอนุกรรมการมาตรฐาน พัฒนา และวิจัย เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

e-standard-dec09.jpg

 

 

 

 

 

 

คณะอนุกรรมการมาตรฐาน พัฒนา และวิจัย เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วาระปี 2550 ถึง 2552

นำเสนอผลงานต่อที่ประชุมพิจารณ์ วันที่ 28 ตุลาคม 2552

 

อ้างอิงข้อมูลบางส่วน จาก จดหมายข่าวไฟฟ้า วสท. ฉบับเดือนสิงหาคม 2549

 

Etransactions คืออะไร?? หาอ่านได้จาก “E-Transactions Diagram& Its Policy Framework” โดย ดร. พงษ์ชัย นิลาส ในหนังสือรายงานประจำปี วสท. 2550

 

1. ที่มาที่ไป วิศวกรไฟฟ้า กับ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544: พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 (etransactions) มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2544 และให้ใช้บังคับแก่ธุรกรรมในการดำเนินงานของรัฐ กล่าวคือ:

 

หมวด ๔ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ มาตรา ๓๕ กล่าวไว้ว่า คำขอ การอนุญาต การจดทะเบียน คำสั่งทางปกครอง การชำระเงิน การประกาศ หรือการดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายกับหน่วยงานของรัฐ หรือโดยหน่วยงานของรัฐ ถ้าได้กระทำในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้นำพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ และให้ถือว่ามีผลโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กฎหมายในเรื่องนั้นกำหนด ทั้งนี้ ในพระราชกฤษฎีกา อาจกำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องต้องกระทำ หรืองดเว้นกระทำการใดๆ หรือให้หน่วยงานของรัฐออกระเบียบ เพื่อกำหนดรายละเอียดในบางกรณีด้วยก็ได้

 

ในการออกพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวอาจกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการ เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องแจ้งให้ทราบ ต้องขึ้นทะเบียน หรือต้องได้รับใบอนุญาต แล้วแต่กรณี ก่อนประกอบกิจการก็ได้ ในกรณีนี้ ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๓ และบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

หมวด ๓ ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา ๓๒ กล่าวว่า บุคคลย่อมมีสิทธิประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ในกรณีที่จำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ หรือเพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างความเชื่อถือ และยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน ให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ใด เป็นกิจการที่ต้องแจ้งให้ทราบ ต้องขึ้นทะเบียน หรือต้องได้รับใบอนุญาตก่อนก็ได้…..”

 

หมวด ๖ บทกำหนดโทษ มาตรา ๔๔ ผู้ใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่แจ้ง หรือขึ้นทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการประกอบธุรกิจของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๓ วรรคหก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๕ผู้ใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๔๖ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่กระทำโดยนิติบุคคล ผู้จัดการ หรือผู้แทนนิติบุคคล หรือผู้ซึ่งมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของนิติบุคคล ต้องรับผิดในความผิดนั้นด้วย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้รู้เห็น หรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น

 

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้:

 

ธุรกรรม หมายความว่า การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับกิจกรรมในทางแพ่ง และพาณิชย์ หรือในการดำเนินงานของรัฐตามที่กำหนดในหมวด ๔

อิเล็กทรอนิกส์หมายความว่า การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่างๆ เช่นว่านั้น

 

ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่า ธุรกรรมที่กระทำขึ้นโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน

 

ข้อความ หมายความว่า เรื่องราว หรือข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะปรากฏในรูปแบบของตัวอักษร ตัวเลข เสียง ภาพ หรือรูปแบบอื่นใด ที่สื่อความหมายได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใดๆ

 

ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หมายความว่า ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรเลข โทรพิมพ์ หรือโทรสาร

 

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์หมายความว่า อักษร อักขระ ตัวเลข เสียง หรือสัญลักษณ์อื่นใด ที่สร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำมาใช้ประกอบกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น และเพื่อแสดงว่าบุคคลดังกล่าวยอมรับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

 

ระบบข้อมูล หมายความว่า กระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับสร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

 

การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ หมายความว่า การส่ง หรือรับข้อความด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้มาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

 

บุคคลที่เป็นสื่อกลางหมายความว่า บุคคลซึ่งกระทำการในนามผู้อื่นในการส่ง รับ หรือเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อันใดอันหนึ่งโดยเฉพาะ รวมถึงให้บริการอื่นที่เกี่ยวกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

 

ใบรับรอง หมายความว่า ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือการบันทึกอื่นใด ซึ่งยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของลายมือชื่อกับข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

 

 

2. วุฒิวิศวกรไฟฟ้าคอมพิวเตอร์ วสท. ได้รับแต่งตั้ง จาก คณะรัฐมนตรี เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์: มติคณะรัฐมนตรี ประจำวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2549: เรื่อง การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์: คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเสนอให้แต่งตั้ง นาย ชวลิต ทิสยากร เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์จากภาคเอกชน ใน คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2549 เป็นต้นไป (นาย ชวลิต ทิสยากร วุฒิวิศวกรไฟฟ้า วสท. เป็นประธานคณะกรรมการไฟฟ้า วสท. วาระปี 2547 ถึง 2548 ต่อมา ได้รับแต่งตั้ง จาก คณะรัฐมนตรี ให้เป็น กรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วาระ 2550 ถึง 2552 และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะอนุกรรมการมาตรฐานอีเล็คทรอนิคส์ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2550

 

 

 

ดร. ชวลิต ทิสยากร เคยเป็นประธานกรรมการสาขาไฟฟ้า วสท. วาระปี 2547 ถึง 2548 เป็นกรรมการอำนวยการจากการเลือกตั้ง วสท. วาระปี 2549 ถึง 2550 ในตำแหน่งกรรมการสาราณียกร วสท. และเป็นหัวหน้าคณะทำงานสิ่งพิมพ์ไฟฟ้า วสท. ปัจจุบัน ดร. ชวลิต ทิสยากร ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการคอมพิวเตอร์ วสท. ที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่ในปี 2551 เป็นต้นมา

 

 

 

หมวด ๕ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา ๓๗ ให้ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา):

 

 

 

() เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อวางนโยบายการส่งเสริม และพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการแก้ไขปัญหา และอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง

 

() ติดตามดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

 

() เสนอแนะ หรือให้คำปรึกษาต่อรัฐมนตรี เพื่อการตราพระราชกฤษฎีกาตามพระราชบัญญัตินี้

 

() ออกระเบียบ หรือประกาศ เกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

 

() ปฏิบัติการอื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่น

 

 

 

 

 

3. ผลงานคณะอนุกรรมการมาตรฐานอีเล็คทรอนิคส์ วาระปี 2550 ถึง 2552: คณะอนุกรรมการมาตรฐาน พัฒนา วิจัยเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็น อนุกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์คณะใหม่ ที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เป็น ประธาน นั้น ได้ลงนามคำสั่งที่ 1/ 2551 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2551 และคำสั่งที่ 3/ 2552 เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการในลำดับที่ 9 จากผู้แทนสภาหอการค้าระหว่างประเทศเป็นผู้แทนหอการค้านานาชาติแห่งประเทสไทย และลำดับที่ 14 นางสาวเชาวลี รัตนมุ่งเมฆา เป็น นายดาวุด สุมานะนันท์ โดยคณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ถึงปัจจุบัน ทั้งสิ้น 12ครั้ง องค์ประกอบของคณะกรรมการ ประกอบด้วย:

 

 

 

1. ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร                                         ที่ปรึกษา

 

2. นางเจริญศรี มิตรภานนท์                                                                                                                             ที่ปรึกษา

 

3. นางสาววิลาวรรณ วนดุรงค์วรรณ                                                                                                               ที่ปรึกษา

 

4. นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์                                                                                                                           ที่ปรึกษา

 

5. นายชวลิต ทิสยากร                                                                                                                                        ประธานอนุกรรมการ

 

6. ผู้แทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร                                                                         อนุกรรมการ

 

7. ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ                                                          อนุกรรมการ

 

8. ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)                 อนุกรรมการ

 

9. ผู้แทนหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย                                                                                            อนุกรรมการ

 

10. ผู้แทนหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย                                                  อนุกรรมการ

 

11. ผู้แทนสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทย                                                      อนุกรรมการ

 

12. ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย                                                                                              อนุกรรมการ

 

13. นายชัยชนะ มิตรพันธ์                                                                                                                                                อนุกรรมการ

 

14. นายดาวุด  สมานะนันท์                                                                                                                             อนุกรรมการ

 

15. นายตฤณ ตัณฑเศรษฐี                                                                                                                 อนุกรรมการ

 

16. นางสาวบงกช อิศระ                                                                                                                                   อนุกรรมการ

 

17. นายปิยวุฒิ ศรีชัยกุล                                                                                                                                     อนุกรรมการ

 

18. นางเมธินี เทพมณี                                                                                                                                       อนุกรรมการ

 

19. นายยงยศ พรตปกรณ์                                                                                                                                  อนุกรรมการ

 

20. นายวรรณวิทย์ อาขุบุตร                                                                                                                              อนุกรรมการ

 

21. นายสมนึก คีรีโต                                                                                                                                          อนุกรรมการ

 

22. นายธารธรรม อุประวงศา                                                                                                          อนุกรรมการ และเลขานุการ

 

23. นายสัจจะ โชคบุญส่งสวัสดิ์                                                                                                                      ผู้ช่วยเลขานุการ

 

24. นายพงศธร วรรณสุคนธ์                                                                                                                            ผู้ช่วยเลขานุการ

 

 

 

 

 

คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้:

 

 

 

(1) เสนอแนะมาตรฐานสากล หรือมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับการประยุกต์ใช้กับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ รวมทั้งการประกอบธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องทั้งในภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม หรือการให้บริการของรัฐ

 

(2) เสนอแนะแนวทาง หรือมาตรการในการส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยเกี่ยวกับมาตรฐานการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการให้บริการตามข้อ ๑ ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยเพื่อยกระดับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศในภาพรวม

 

(3) เสนอแนะแนวทางในการส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนา และวิจัยเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น หรือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารอันเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการให้บริการที่เกี่ยวข้อง

 

(4) ติดตาม วิเคราะห์ กลั่นกรอง และเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับมาตรฐาน หรือแอพพลิเคชั่นทั้งที่ประยุกต์ใช้อยู่ในปัจจุบัน หรือที่กำลังพัฒนาหรือสมควรต้องพัฒนาและคาดว่าจำเป็นต้องใช้ หรือจะนิยมใช้ในอนาคต และสนับสนุนการสร้างความรู้ความเข้าใจ หรือเผยแพร่ข้อมูลข้างต้นที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการพัฒนาบุคลากรในด้านดังกล่าว

 

(5) ร่วมมือ หรือประสานงานในการดำเนินการข้างต้นกับทั้งใน และต่างประเทศ รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศ

 

(6) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มอบหมาย

 

 

 

3.1 เป้าหมายดำเนินงานของ อนุกรรมการชุดนี้ แบ่งออกได้เป็น 4 ด้าน คือ การพัฒนามาตรฐานการสร้าง และการจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์, การพัฒนามาตรฐานการแลกเปลี่ยนเอกสารอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติระหว่างหน่วยงาน, การกำหนดมาตรฐาน ebXML, และการจัดทำมาตรฐานการใช้เครื่องหมายรองรับ Trust Mark ซึ่ง คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ ได้จัดประเภทแผนดำเนินงานของคณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ ในเบื้องต้น เป็น 3 แผนดังนี้:

 

 

 

แผนที่ 1 แผนตั้งรับ จะเป็นการเสนอแนะมาตรฐานสากล หรือมาตรการที่เหมาะสม รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนา การวิจัยเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น หรือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ตามที่หน่วยงานต่างๆ ได้ร้องขอเข้ามา ให้ คณะอนุกรรมการ พิจารณา ตามอำนาจหน้าที่ของ คณะอนุกรรมการ ซึ่ง ที่ประชุมอนุกรรมการมาตรฐานฯ เห็นสมควรเริ่มปฏิบัติภารกิจตามแผนแรกนี้ได้โดยทันที

 

แผนที่ 2 แผนปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง มอบหมายฝ่ายเลขาฯ ดำเนินการรวบรวมเอกสารข้อมูลของ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ คณะอนุกรรมการชุดอื่นๆ ที่ได้เคยมีดำริดำเนินการเกี่ยวกับงานมาตรฐาน e- Transactions ใดๆ มาจัดทำเป็น tally list แสดงรายชื่อเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องเหล่านั้น เสนอ ที่ประชุมอนุกรรมการมาตรฐานฯ พิจารณาดำเนินภารกิจต่อเนื่องในหน้าที่ ของ คณะอนุกรรมการมาตรฐานชุดปัจจุบัน โดยเร็วต่อไป

 

แผนที่ 3 แผนเชิงรุก เป็นการรวบรวมข้อมูลรายชื่อมาตรฐาน e- Transactions จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งใน และต่างประเทศ แล้วพิจารณาจัดแบ่งกลุ่มตามหัวข้อที่สำคัญจากฐานข้อมูลที่มีอยู่นั้น ซึ่งงานส่วนนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 9 เดือน หากมีงบประมาณดำเนินการ จากนั้น จะทำการวิเคราะห์แยกแยะประเภทข้อมูลมาตรฐาน ประมาณ 3 เดือน และขั้นตอนสังเคราะห์ จัดทำรายงาน เพื่อที่จะได้เป็นมาตรการเสนอแนะ เผยแพร่ และสนับสนุนให้เกิดการจัดทำหนังสือมาตรฐาน e- Transactions อย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการใช้งานในระดับประเทศต่อไป

 

 

 

3.1.1 งานระหว่างดำเนินการตามแผนที่ 1.:

 

 

 

(ก) ระบบงาน ICAS ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาของ ธนาคารแห่งประเทศไทย: เนื่องจาก คณะอนุกรรมการกำกับฯ ได้กำหนดแผนดำเนินการติดตามดูแลการบังคับใช้ edocument เพื่อผลักดันให้มีการใช้ และยอมรับ edocument อย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรม คณะอนุกรรมการกำกับฯ จึงได้เสนอให้ใช้ระบบงาน ICAS ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาของ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นโครงการนำร่อง (Model Application) ของการใช้งาน edocument ในประเทศไทย ต่อที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

 

 

 

วันที่ 26 สิงหาคม 2551 คณะอนุกรรมการกำกับฯ ได้ขอความร่วมมือ คณะอนุกรรมการมาตรฐาน, คณะอนุกรรมการความปลอดภัยข้อมูล, และคณะอนุกรรมการกฎหมาย, ช่วยกันพิจารณาว่า วิธีการสร้าง และจัดเก็บภาพเช็คอิเล็กทรอนิกส์ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย อยู่ในระหว่างการพัฒนาขึ้นใช้งานในปลายปี 2552 จะมีความปลอดภัยข้อมูล มีความน่าเชื่อถือ มีความครบถ้วน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อความการแสดงตนของผู้ส่งเรียกเก็บ ตลอดจนจะสามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนพิจารณาความกฎหมาย ตามมาตรา 10 และ 12/ 1 ของ พรบ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) พร้อมทั้งได้มอบหมาย ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย นำเสนอ ภาพรวมขั้นตอนการใช้ข้อมูลภาพเช็คอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีแทนการใช้ตัวเช็คจริง ที่เรียกกันว่า ระบบงาน ICAS- Imaged Cheque Clearing and Archive System ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ผลักดันให้เป็น model application ของ e- document ดังกล่าว ให้ คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ รับทราบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2551

 

 

 

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการกำกับฯ ได้ขอให้ คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ ช่วยดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดทำ และแปลงเอกสาร และข้อความ ให้อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 12/ 1 โดย คณะอนุกรรมการกำกับฯ จะเป็นฝ่ายดำเนินการกำหนดรายชื่อหน่วยงานที่จะมีอำนาจให้การรับรองสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 10

 

 

 

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ วันที่ 27 สิงหาคม 2551 เห็นว่างานดังกล่าวจัดเป็นลักษณะงานตามในแผนที่ 1 ของคณะอนุกรรมการมาตรฐานอยู่แล้ว จึงได้มอบหมาย คณะทำงาน จำนวน 5 ท่าน ดำเนินการจัดทำ หลักเกณฑ์ และวิธีการทำ และแปลงเอกสาร และข้อความที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 12/ 1 ของ พรบ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในลักษณะของ แนวทาง (Guide) เกี่ยวกับขั้นตอนมาตรฐานของการจัดทำภาพเช็ค โดยคณะทำงานดังกล่าว ประกอบด้วย:

 

 

 

- นางสาวบงกช อิศระ

 

- นายฉัตรชัย หลิ่มประเสริฐศรี

 

- นายชัยชนะ มิตรพันธ์

 

- นายตฤณ ตัณฑเศรษฐี

 

- ผู้แทนจากกระทวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร

 

 

 

(ข) ที่ประชุมคณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ วันที่ 10 มิถุนายน 2552 พบว่า การออกหลักเกณฑ์ และวิธีการทำ และแปลงเอกสาร และข้อความ ที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 12/ 1 ตามมอบหมายจากคณะอนุกรรมการกำกับฯ นั้น จะเป็นการพิจารณาเฉพาะเรื่องระบบ ICAS เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงตามมาตรา 12/ 1 ยังมีระบบ edocuments อื่นๆอีก ที่ควรจะได้รับการพิจารณาออกหลักเกณฑ์ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้จัดตั้งงบประมาณมอบหมาย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินการจัดทำโครงการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว ให้คณะกรรมการฯดำเนินการประกาศกำหนดการจัดทำ หรือแปลงเอกสาร และข้อความอยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฏหมายต่อไป โดยมีความประสงค์ให้ คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ ร่วมดำเนินการติดตามโครงการนี้ ในด้านความครบถ้วน ตามมาตรา 12/ 1 โดยช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของ TOR ตามมาตรฐาน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงระบบงานต่างๆที่ควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุม เช่น ระบบใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ e- Document ระบบ Check Clearing เป็นต้น รวมถึงการมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นผลศึกษาต่อ คณะกรรมการตรวจรับ ตลอดจนเห็นชอบผลดำเนินการ ก่อนนำเสนอ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พิจารณานำผลศึกษาออกใช้งานต่อไป

 

 

 

คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ จึงได้พิจารณามอบหมายคณะทำงานติดตามสนับสนุนให้ความเห็น ระบบ e- Document โดยครอบคลุม ซึ่งจะสามารถรองรับมาตรา 12/ 1 ที่อยู่ระหว่างการจัดจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นบริษัทที่ปรึกษาในครั้งนี้ ตลอดจนเป็นผู้แทนของคณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ เข้าร่วมประชุม Kick off และติดตามโครงการดังกล่าว รายชื่อคณะทำงานติดตามสนับสนุนฯ จำนวน 6 ท่าน ดังนี้: นางสาววิลาวรรณ วนดุรงค์วรรณ (ประธาน), นายยงยศ พรตปกรณ์, นางเอมอร จนิษฐ, นางสาวอิสริยา อักษราวุธ, นางสาวบงกช อิศระ, และนายพงศธร วรรณสุคนธ์ (เลขานุการ)

 

 

 

3.1.2 งานระหว่างดำเนินการตามแผนเพิ่มเติม: คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้มอบหมาย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ดำเนินโครงการจัดทำ แผนการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551- 2554” แล้วเสร็จวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 แก้ไขเพิ่มเติมในที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วันที่ 24 เมษายน 2552 จำนวน สองประเด็น

 

 

 

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ วันที่ 4 มีนาคม 2552 พบว่า แผนการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แบ่งออกเป็น 7 ยุทธศาสตร์ รวม 51 โครงการ และมี จำนวนโครงการในการกำกับดูแลของ คณะกรรมการอนุมาตรฐานฯ ประมาณ 20 โครงการ ที่จะต้องศึกษาดูว่า จะใช้วิธีใดในการดำเนินการ?? จะเป็นวิธีการจัดจ้าง บริษัทที่ปรึกษา?? หรือจะใช้วิธีการศึกษา และลงมือดำเนินการได้เอง?? จึงได้ พิจารณาจัด กลุ่มคณะทำงานจากอนุกรรมการแต่ละท่าน โดยแบ่งเป็นกลุ่มๆละ 3 คน (ช่วยกันเขียนร่างโครงการ ในลักษณะที่จะสามารถนำมาใช้ประกอบการตั้งของบประมาณดำเนินงานโครงการ) โดย ขอให้อนุกรรมการแต่ละท่านแจ้งความต้องการ และลำดับความสนใจที่จะทำโครงการใด?? คนละ 3 โครงการ ให้ฝ่ายเลขาฯรวบรวม จัดทำเป็นผังโครงสร้างคณะทำงานแต่ละกลุ่ม ดำเนินการจัดทำร่างโครงการ ในลักษณะที่จะสามารถนำมาใช้ประกอบการตั้งของบประมาณดำเนินงานโครงการ ต่อไป

 

หมายเหตุ: สำหรับอนุกรรมการฯที่ไม่ได้มาร่วมประชุมในวันนั้น ที่ประชุม ได้มอบหมาย ฝ่ายเลขาฯ จัดทำ แบบสำรวจลำดับความต้องการอาสาเข้าปฏิบัติภารกิจ ในกิจกรรมอนุกรรมการมาตรฐาน ขอให้ ผู้ที่ไม่มาประชุม ตอบกลับทาง E- mail เพื่อการจัดทำ ผังโครงสร้างคณะทำงานแต่ละกลุ่ม แสดงลำดับการมอบหมายภารกิจในกิจกรรมอนุกรรมการมาตรฐาน ต่อไป

 

 

 

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ วันที่ 4 เมษายน 2552 ได้ตกลงมอบหมายภารกิจในกิจกรรมอนุกรรมการมาตรฐานฯ จำนวน 23แผน ให้ อนุกรรมการแต่ละท่าน โดยกำหนด ประธานแต่ละคณะทำงาน เป็นผู้รับผิดชอบภาระกิจในตำแหน่ง Lead Hand รวมถึงผู้รับผิดชอบภาระกิจในตำแหน่งให้การสนับสนุนงานดังกล่าว ในลักษณะ Assistance และ Support ตามลำดับ ตลอดจนถึงที่ปรึกษาอีกหนึ่งท่าน ในการช่วยกันพัฒนา และผลักดันแต่ละโครงการให้เกิดเป็นจริงต่อไป

 

 

 

3.2 ผลงาน: คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2551 ได้มีโอกาสจัดวางแผนนโยบายหลัก จำนวน สามแผน และได้รับมอบหมายแผนคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2551 ถึง 2554 อีก 23 แผน โดยไม่มีงบประมาณพัฒนางานในแผนแต่อย่างใด คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ จึงได้จัดแบ่งงานช่วยกันจัดทำโครงร่างของบประมาณดำเนินงานโครงการ ตาม แบบฟอร์ม3 โครงการพัฒนา ของ สำนักงบประมาณ สรุปสถานภาพงานต่างๆที่อยู่ในระหว่างดำเนินการดังนี้:

 

 

 

3.2.1 การกำหนดหลักเกณฑ์ระบบงาน ICAS ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย: อยู่ในระหว่างปรับปรุงร่างสามหนังสือรายงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการทำ และแปลงเอกสาร และข้อความที่อยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 12/ 1 ของ พรบ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับการเปลี่ยนกรรมวิธีเรียงลำดับตามกระบวนการของระบบ ICAS และเพิ่มเติมประเด็นกฎหมายในมาตรา 26 โดยคณะทำงานได้มีการประชุมหารือในช่วงเช้าของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 เพื่อสรุปนำเสนอคณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ ในครั้งนี้ คณะทำงานได้นำข้อคิดเห็นจากการประชุมอนุกรรมการมาตรฐานฯ วันที่ 16 กันยายน 2552 มาปรับปรุงร่างเอกสารดังกล่าว โดยอนุกรรมการมาตรฐานฯ ได้พิจารณาหลักเกณฑ์ที่ ธนาคารชาติ ได้ใช้ในการออกแบบระบบงาน ICAS ในประเด็นสำคัญว่า ข้อมูล และภาพอีเล็คทรอนิคส์ จะต้องมีคุณสมบัติ สี่ข้อ ตามวาระ 3.1 ที่ประชุมอนุกำกับฯ วันที่ 4 กันยายน 2552 กล่าวคือ: ข้อมูล และภาพอีเล็คทรอนิคส์ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้:

 

1. จะคงไว้ ซึ่งสาระสำคัญของธุรกรรมได้อย่างครบถ้วน ชัดเจน และไม่ผิดเพี้ยน

 

2. มีข้อมูลประกอบ ที่บันทึกความเคลื่อนไหว การสร้าง การรับส่ง และการแก้ไขธุรกรรม

 

3. มีกลไกในการป้องกันการปลอมแปลงข้อมูล และภาพอีเล็คทรอนิคส์ ตลอดจนถึงการผูกมัดบุคคลที่รับผิดชอบการสร้าง หรือแก้ไขข้อมูล และภาพอีเล็คทรอนิคส์

 

4. สิ่งพิมพ์จากข้อมูล และภาพอีเล็คทรอนิคส์ จะต้องมีความน่าเชื่อถือ

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมอนุกรรมการมาตรฐานฯ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 ได้ขอให้ คณะทำงาน พิจารณาประเด็นกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อประธานลงนามหนังสือส่งมอบให้อนุกรรมการกำกับฯต่อไป และสำเนาเรียนคณะกรรมการธุรกรรมอีเล็คทรอนิคส์เพื่อทราบ

 

หมายเหตุ: ได้รับการจัดเข้าเป็น โครงการ 5302 ของแผนคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2551 ถึง 2554

 

 

 

3.2.2 การกำหนดหลักเกณฑ์ระบบงาน edocuments ที่จะสามารถรองรับมาตรา 12/ 1: คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้จัดจ้าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินการจัดทำโครงการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว ให้คณะกรรมการฯดำเนินการประกาศกำหนดการจัดทำ หรือแปลงเอกสาร และข้อความอยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฏหมายต่อไป ซึ่ง คณะอนุกรรมการมาตรฐานฯ ได้มอบหมายคณะทำงาน หกท่าน เข้าร่วมดำเนินการติดตามโครงการนี้ ในด้านความครบถ้วน ตามมาตรา 12/ 1 โดยจะช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของ TOR ตามมาตรฐาน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงระบบงานต่างๆที่ควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุม ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นผลศึกษาต่อผลดำเนินงานในโครงการ ก่อนนำเสนอ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พิจารณานำผลศึกษาออกใช้งานต่อไป

 

ขณะนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการตามที่ประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจรับ และคณะทำงานจากอนุกรรมการมาตรฐานฯ ที่เห็นควรให้จัดทำตัวร่างข้อเสนอแนะให้แล้วเสร็จ ก่อนการทำ Focus Group และศึกษากรณีกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลังเพิ่มเติม และพร้อมจะส่งงานงวดที่ 1 เอกสารร่างข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการตรวจรับ ได้พิจารณาภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน 2552 หลังจากนั้น ก็จึงจะพิจารณากำหนดวันจัด Focus Group ต่อไป

 

มติที่ประชุม  รับทราบ และขอให้คณะทำงานจากอนุกรรมการมาตรฐานฯ ได้ร่วมติดตาม และให้ข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญร่วมประชุมกับคณะกรรการตรวจรับต่อไป

 

หมายเหตุ: ได้รับการจัดเข้าเป็น โครงการ 5400 ของแผนคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2551 ถึง 2554

 

 

 

3.2.3 แผนการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551- 2554 ในส่วนเกี่ยวข้องของอนุกรรมการมาตรฐานฯ จำนวน 23แผน: อยู่ในระหว่างจัดทำโครงร่างของบประมาณดำเนินงานโครงการ ตาม แบบฟอร์ม3 โครงการพัฒนา ของ สำนักงบประมาณ สรุปตัวอย่างสถานะโครงการได้ดังนี้:

 

 

 

โครงการ 4301: เรื่อง การจัดทำกรอบพิจารณามาตรฐานขั้นต่ำในการจัดทำเว็บไซต์ที่ดี ได้มีการจัดประชุมหารือ ร่วมกับผู้แทนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และผู้แทนจากสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2552 ซึ่ง ที่ประชุม ได้รับทราบภารกิจที่เกี่ยวข้องของงานที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น Trustmark ในการรับรองเว็บไซต์ที่ได้รับการตรวจสอบ เว็บไซต์ DBD mart.com เป็นตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องหมายรับรองการจดทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวคือ บางหน่วยงานได้มีการจัดทำเว็บไซต์ที่ดีอยู่แล้ว เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เป็นต้น ในการหารือถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายผ่าน Internet นั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดทำ เว็บท่า ขึ้น แต่ติดข้อจำกัดของระบบราชการในเรื่องการซื้อ- ขาย การชำระเงินไม่ได้ สำหรับการหารือครั้งต่อไป จะเชิญ NECTEC นำเสนอ และหารือเรื่องการจัดทำ e- Commerce ที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะธุรกิจ SME โดยได้นัดหมายเบื้องต้นวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2552

 

โครงการ 5700 เรื่อง ติดตามความคืบหน้าการพัฒนา และบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ ให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล”: กรมศุลกากร อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนา National Single Window ระยะที่ 2 ซึ่งได้รับงบประมาณ 300 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างในขึ้นตอนการจัดทำร่างข้อกำหนด (TOR) โดยได้นำขึ้นเว็บไซต์เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นในครั้งที่ 2 ในส่วนของกระทรวงเทคโนโลยีสนเทศ และการสื่อสาร อนุกรรมการมาตรฐานฯ ควรเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณให้กับหน่วยงานภาครัฐจำนวน 12 หน่วยงานวงเงินประมาณ 153ล้านบาท เพื่อสนับสนุนหน่วยงานในการพัฒนาระบบออกใบอนุญาต และระบบออกใบรับรอง รวมทั้งการเชื่อมต่อกับกรมศุลกากร เพื่อรองรับระบบ National Single Window ของประเทศไทยให้สามารถเชื่อมโยงรับส่งข้อมูล ให้สามารถอำนวยความสะดวกในการนำเข้า และส่งออก

 

โครงการ 5900 เรื่อง มีการติดตาม การพัฒนาด้านมาตรฐานของเทคโนโลยี ในเวทีระหว่างประเทศ รวมทั้งผลการประยุกต์ใช้มาตรฐาน ที่จำเป็นสำหรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์”: ปัจจุบัน มาตรฐานเทคโนโลยี มีทั้งของเก่า และของใหม่ โดยแบ่งได้ 3 กลุ่ม ธุรกิจบริการ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับด้านการค้า เช่น มาตรฐาน UNC/ FACT, EDI ซึ่งเป็นการรับส่งข้อมูลของธุรกิจบริการ กลุ่มท่องเที่ยว ได้มีมาตรฐาน OTA (Open Travel Alliance)เป็นการใช้เทคโนโลยีสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้วยต้นทุนต่ำอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงบริการท่องเที่ยวจากการเชื่อมต่อในเวบไซต์เดียว (วันซิงเกิลลิงค์) โดยแลกเปลี่ยนบริการอิเล็กทรอนิกส์ (เว็บ เซอร์วิส) และมาตรฐานข้อมูลท่องเที่ยว (ebXML) ของแต่ละบริษัทที่เกี่ยวข้อง กลุ่มสุขภาพ (Health Care) การแลกเปลี่ยนข้อมูลในรูปแบบ HL7 messages ทำให้ข้อมูลจากหลายๆฐานข้อมูลนำมาประมวลผลร่วมกันในเหมืองแร่ข้อมูล ทำให้สามารถค้นหาพันธุกรรมที่มีผลต่อการตอบสนองต่อยา ต่อผลข้างเคียงต่อยา และอาจเผยให้เห็นถึงยีนใหม่ที่ไม่เคยทราบมาก่อน ว่ามีบทบาทในการต่อสนองต่อโรค หรือยา จนสามารถพัฒนาเป็นยาใหม่ได้ รวมถึงการมีระบบฐานข้อมูลผู้ป่วยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ยังสามารถลดความผิดพลาดในการจัดการกับข้อมูล

 

โครงการ 6200 เรื่อง ประสานความร่วมมือ กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย และจำเป็น สำหรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีลักษณะการใช้งานง่าย”: สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ร่วมกับสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (Thai Embedded System Association) หรือ TESA ได้จัดกิจกรรมประกวดผลิตภัณฑ์ดีเด่นด้านระบบสมองกลฝังตัว เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ที่สนใจด้านพัฒนาซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว ส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม ภายใต้ชื่อ Thailand Embedded Product Award: TEPA 2009

 

โครงการ 6300 เรื่อง ส่งเสริมให้มีการพัฒนาแอพพิลเคชั่นที่หลากหลาย สำหรับรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยการผลักดัน เพื่อบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ”: ในปีงบประมาณ 2552 สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ ได้ดำเนินการในเรื่องของการทำเสรี Soft Ware ERP ในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และในปีงบประมาณ 2553 จะมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลที่พักท่องเที่ยว กลุ่มผู้ประกอบการทั้งแบบที่มี back office ของตัวเอง และกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่มี back office เป็นของตัวเอง

 

โครงการ 7000 เรื่อง เสนอแนะให้ปรับปรุงกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการฯตลอดจนการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการลงนามในสัญญาจ้างศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย ว่าโครงสร้างสำนักงานใหม่จะเป็นในรูปองค์กรอิสระ หรือองค์กรมหาชน โดยจะใช้เวลาในการดำเนินการปรับปรุงกฎหมายประมาณ 9เดือน

 

หมายเหตุ: ก.พ.ร. ได้แจ้งว่า การจัดตั้งสำนักงานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ธ.อ.) จะสามารถดำเนินการได้ตามระเบียบจัดตั้งสำนักงานของ ก.พ.ร. โดยจะต้องแก้กฎของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศก่อน ซึ่งที่ปรึกษาจาก ก.พ.ร. ยินดีจะช่วย แก้ไข (ร่าง)กฎกระทรวงฯให้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ภายใน 6 เดือน และถึงแม้ว่า กระทรวงฯ จะได้ขอให้ NECTEC เร่งรัดการจัดตั้งสำนักงานฯ โดยไม่ต้องรอเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย แต่กระทรวงฯก็ไม่ได้ดำเนินการแยกเรื่องการจัดตั้งสำนักงานฯ ออกจากการจัดตั้งหน่วยงานอื่น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้การจัดตั้งสำนักงานล่าช้า เนื่องจากต้องรอกระบวนการจัดตั้งหน่วยงานอื่นด้วย

 

 estd2-1.jpg

 

 

Free business joomla templates