HomeEIT Anouncement

"กรมบัญชีกลางหลงประเด็นกฎกระทรวง"

 

 

ที่  วสท.181119_กรมบัญชีกลางหลงประเด็นกฎกระทรวง19 พฤศจิกายน 2561

 

ข่าว วสท.

กรณี กรมบัญชีกลาง หลงประเด็นกฎกระทรวงการคลัง

ในการส่งเสริมพัสดุมหาวิทยาลัย (ฉบับที่สอง) พศ. 2561

 

 1. ที่มาที่ไป: ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2561 เป็นต้นมา กรมบัญชีกลาง ได้จัดทำ เว็ปไซท์ gprocurement.go.th ในส่วนงานจ้างที่ปรึกษา โดยเริ่มเปิดทดลองให้บริการบางส่วนในขณะนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติการทำบริษัทที่ปรึกษา จำนวน 5,000แห่ง ที่ได้ขึ้นทะเบียน ต่อ ศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย มานาน หลายสิบปี ทำให้ บริษัทที่ปรึกษาไทยทั้งหมด มีโอกาสรับทราบ ประกาศการจ้างงานที่ปรึกษา พร้อมด้วย ToR- Terms of Reference ของ 1,600กรมกองต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อการติดตามศึกษา และทำความเข้าใจเนื้อหาเอกสารเกี่ยวข้องทุกฉบับ ให้เป็นที่ชัดแจ้งได้ ก่อนการจัดทำ Proposal นำเสนออย่างเป็นกิจจะลักษณะต่อไป โดยปรากฏในรอบสี่เดือนที่ผ่านมา มีกรมกองต่างๆ จาก ทั่วประเทศไทย นำประกาศจ้างงานที่ปรึกษา ของตน เข้าสู่ เว็ปไซท์ gprocurement.go.th ของ กรมบัญชีกลาง รวม ประมาณ 80ฉบับแล้วนั้น นับเป็นการกระทำ ที่สำคัญต่อพื้นที่งานที่ปรึกษา ของ ประเทศไทย ตลอดจน ส่งผลให้เกิดความคล่องตัวอย่างยิ่งยวด ในงานจัดจ้างที่ปรึกษาไทย อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันเสรี ในการนำส่งข้อเสนองานที่ปรึกษา (Proposal) ได้อย่างแท้จริง

 

อย่างไรก็ดี ปรากฏ มหาวิทยาลัย ได้รับงานจ้างที่ปรึกษา (ซึ่งจัดเป็นงานธุรกิจให้บริการ) สูง เป็น สองเท่าของบริษัทเอกชน (กว่าครึ่ง ของ งานจ้างที่ปรึกษาทั้งหมด) ทั้งๆที่ มหาวิทยาลัย มีหน้าที่สอนหนังสือ ในห้องเรียน และทำวิจัย ในห้องแล็ป แต่ มหาวิทยาลัย กลับแจ้ง กรมกองต่างๆ ว่า ตนเอง อยู่ใน ธุรกิจให้บริการ (Service) และทำโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต (Factory) !!??!! ตลอดจนถึง: งานส่งออก (Export), ขายส่ง (Retailer), และขายปลีก (Grocery) กล่าวคือ: ผลประกาศงานจ้างที่ปรึกษาไทย ดังกล่าวนั้น 60% เป็น มหาวิทยาลัย คงเหลือ สัญญาจ้างงานที่ปรึกษาไทย ให้แก่ ภาคเอกชนเพียง 40% จึงเกิดคำถามขึ้นว่า:

 

- ทำไม มหาวิทยาลัย ซึ่งควรทำงานวิจัย (ที่เป็นงาน Academic หรือ Theoretic) จึงได้ งานวิชาชีพที่ปรึกษา (Consultant Study Professional) ไปกว่าครึ่ง?? ในขณะที่ ที่ปรึกษานิติบุคคล ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่งานวิชาชีพที่ปรึกษา ได้รับ งานที่ปรึกษาไทย จาก ภาครัฐ เพียง 40%

- ผลคือ บริษัทที่ปรึกษา ขึ้นทะเบียน กระทรวงการคลังไว้ 5,000บริษัทดังกล่าวแล้วนั้น ต้องหยุดกิจการ (เจ๊ง) ไป ถึง 3,000บริษัท!! และอยู่ระหว่าง ทยอยเลิกกิจการอีก จำนวนมาก

 

จึงเกิดคำถามต่อเนื่องมา ว่า =ตกลงจะให้ มหาวิทยาลัย สอนหนังสือ หรือจะให้ มหาวิทยาลัย ทำงานที่ปรึกษา?????= ด้วยมหาวิทยาลัย 100แห่ง ได้รับงานที่ปรึกษา ไป 60% (หรือ 50 ได้ 30 = เจี๊ยะพรึบบ) ในขณะที่ บริษัทที่ปรึกษา 2,000แห่ง ได้รับงานที่ปรึกษา ไป 40% (หรือ 50 ได้ 1 = แห้งเหี่ยวหัวโต)!! (ต่างกัน 30เท่า เป็นธรรมหรือไม่??) นี่คืออะไร ของ รัฐบาลไทย??

 

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นผู้ดูแลความโปร่งใส ใน พรบ. จัดซื้อจัดจ้าง 24 กุมภาพันธ์ 2560 ได้แจงเหตุผลว่า มีประกาศกฎกระทรวงการคลัง จำนวน สองฉบับ ให้ มหาวิทยาลัย ซึ่งมีหน้าที่ทำงานวิชาการนั้น เป็นผู้รับงานวิชาชีพ แทน บริษัทที่ปรึกษา ได้ (โดย กรมบัญชีกลาง ไม่ต้องนำพาต่อ ศีลธรรม คุณธรรม มนุษยธรรม จริยธรรม หรือจิตใต้สำนึก ใดๆ ของ มนุษย์เรา) คือ:

 

23 สิงหาคม 2560 “กำหนดพัสดุ และวิธีการจัดซื้อพัสดุ ที่ รัฐ ต้องการส่งเสริม ได้โดยวิธีคัดเลือก

22 สิงหาคม 2561 แก้ไข กำหนดพัสดุ และวิธีการจัดซื้อพัสดุ ที่ รัฐ ต้องการส่งเสริม ได้โดยวิธีคัดเลือก

 

การที่ มหาวิทยาลัย ยักยอกเวลาหลวง รวมถึงการใช้ทรัพยากรหลวง (โดยไม่ต้องลงทุนเอง) มา แย่งงาน วิชาชีพ ของ บริษัทที่ปรึกษาไทย เช่นนี้ กรมบัญชีกลาง จึงเห็นเป็นการชอบด้วยนโยบาย ของ รัฐบาลไทย ตามกำหนด ใน กฎกระทรวงการคลัง แล้ว และ กรมบัญชีกลาง ไม่สามารถจะมีมาตรการแก้ไขเยียวยาแต่อย่างใด สมควรที่ บริษัทที่ปรึกษาไทย จะต้อง เลิกกิจการไปจนหมดสิ้น (เจ๊ง) แล้วเปลี่ยนไป ประกอบ วิชามิจฉาชีพ แทน ในขณะที่ การเรียนการสอน ของ มหาวิทยาลัย ในเมืองไทย ก็ตกต่ำ กว่า เขมร และลาว

 

2. ข้อมูลเกี่ยวข้อง: อันที่จริงแล้ว:

 

พรบ. จัดซื้อจัดจ้าง 24 กุมภาพันธ์ 2560 มาตรา 65 (4) กล่าวว่า: .....ให้ รัฐ ดำเนินการจัดจ้าง.....(4) พัสดุ ที่รัฐ ต้องการส่งเสริม.....ตามกำหนดในกฎหระทรวง ซึ่งจะต้องเป็นพัสดุอนุรักษ์พลังงาน, สิ่งแวดล้อม, หรือ ที่ยังไม่เคยเกิดมีขึ้นมาก่อน (คืองานวิจัย).....

ประกาศกฎกระทรวงการคลัง 23 สิงหาคม 2560:

 

หมวด3 ข้อ7 และ ข้อ8: นิยาม พัสดุ ที่ รัฐ ต้องการส่งเสริม ว่า คือ ผลผลิต (Product).....การเรียนการสอน.....จำนวน สิบรายการ.....เช่น:งานต่อเรือสุพรรณหงส์ เป็นต้น.....ที่จัดทำขึ้น จาก การเรียนการสอน หรือ ที่ผลิต ขึ้น จาก หน่วยงาน ของ รัฐ.....”         

หมวด4 ข้อ10 และ ข้อ13: นิยาม พัสดุการวิจัย ว่า หมายความถึง การวิจัย,.....และ.....การให้บริการวิชาการ (Academic หรือ Theoretic,.....โดยให้ กรมกองต่างๆ จัดจ้างพัสดุ จากศูนย์บริการวิชาการ ของ มหาวิทยาลัยรัฐ ทุกแห่ง ได้.....ในอันที่จะ ไม่เสียหาย ต่อ การเรียนการสอน หรือการวิจัย.....)

 

3. จึงเห็นได้ว่า: การที่ มหาวิทยาลัย แจ้ง กรมกองต่างๆ ว่า ตนเอง อยู่ใน ธุรกิจให้บริการ (Service) และทำโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต (Factory) !!??!! ตลอดจนถึง: งานส่งออก (Export), ขายส่ง (Retailer), และขายปลีก (Grocery), ฯลฯ นั้น เป็นนิติกรรมอำพราง ที่ กรมบัญชีกลาง หลงประเด็น ในงานดูแลความโปร่งใส ให้เป็นไป ตาม พรบ. จัดซื้อจัดจ้าง 24 กุมภาพันธ์ 2560 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา 65 (4) ที่จะต้องเป็นพัสดุงานวิจัย จำนวน สิบรายการ หรือ เป็น นวัตกรรม ที่ยังไม่เคยเกิดมีขึ้นมาก่อน ในรอบ 20ปี ที่ผ่านมา (มิใช่งานวิชาชีพ Consultant ของ บริษัทที่ปรึกษา ที่เป็น Repeating Process และได้รับการจัดทำ มานาน หลายสิบปี จำนวน นับ แสนครั้ง ในระดับสากลทั่วโลก แล้ว)

 

อีกทั้ง การที่จะให้ อาจารย์มหาวิทยาลัย ยักยอกเวลาหลวง รวมถึงการใช้ทรัพยากรหลวง มา แย่งงาน วิชาชีพ ของ บริษัทที่ปรึกษาไทย ในอันที่จะ ไม่เสียหาย ต่อ การเรียนการสอน หรือการวิจัย นั้น เป็นสิ่งที่ สามัญมนุษย์ ไม่อาจปฏิบัติได้ เนื่องจาก เป็นคนละพื้นที่งาน กล่าวคือ อาจารย์มหาวิทยาลัย ในงานวิชาการ (Academic หรือ Theoretic) จะไม่มีความรู้ หรือประสบการณ์ ในงานวิชาชีพที่ปรึกษา (Professional Consultant) แม้แต่น้อย

 

จึงเห็นได้ว่า กรมบัญชีกลาง หลงประเด็น ในการดูแลความโปร่งใส การใช้งาน ของ พรบ. จัดซื้อจัดจ้าง 2560 โดยสิ้นเชิง

                                                                                                                      อ่านรายงานฉบับ PDF

 

 

 

Free business joomla templates