HomeEIT Anouncementงานเลี้ยง 72ปี วสท.

ประชุมประชาพิจารณ์ ICT Project Management

                                         

=ร่าง=รายงานผลประชุมประชาพิจารณ์ “ร่างมาตรฐานการบริหารโครงการไอซีที

วันที่อังคารที่ 3 มิถุนายน 2557 14:00- 16:30น. ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคาร วสท.

 

 

 

1. ความเป็นมา: ตามประกาศสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. ที่ 02/ 2557 และที่ 06/ 2557 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำ มาตรฐาน ICT Project Management และเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2556 และแต่งตั้ง Drafting Committee และ Standing Committee เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2556 เพื่อดำเนินการจัดทำร่าง ขอบเขต และหน้าที่ให้บริการวิชาชีพในงานบริหารโครงการไอซีที นั้น คณะกรรมการต่างๆ ได้ดำเนินการจัดทำร่างมาตรฐาน ขอบเขต และหน้าที่ให้บริการวิชาชีพในงานบริหารโครงการไอซีที โดยใช้ชื่อมาตรฐานว่า “มาตรฐานการบริหารโครงการไอซีที” พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบร่างมาตรฐานฉบับดังกล่าวจนแล้วเสร็จ

 

คณะกรรมการสาขาคอมพิวเตอร์ วสท. จึงได้กำหนดจัดทำประชาพิจารณ์ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2557 เพื่อรับฟังความเห็น (จากผู้เข้าประชุม ทั้งที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้มาตรฐานฉบับนี้) ที่เป็นประโยชน์ ต่อการใช้งานมาตรฐานของผู้จัดการโครงการต่างๆ ในประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนางานพิจารณ์ครั้งนี้ ประกอบด้วย ดร. เชียรช่วง กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานผู้จัดการโครงการ และประธานคณะกรรมการร่างมาตรฐาน (Drafting Committee) กล่าวนำงานจัดทำร่างมาตรฐาน, คุณศิริโชติ สิงห์ษา ประธานคณะกรรมการตรวจสอบร่างมาตรฐาน (Standing Committee) กล่าวนำการตรวจสอบร่างมาตรฐาน, และดร. ชวลิต ทิสยากร ที่ปรึกษาคณะกรรมการวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. บรรยายสรุปเนื้อหาร่างมาตรฐานผู้จัดการโครงการ และคุณพิศาล จอโภชาอุดม ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. ได้กล่าวเปิดการประชุมพิจารณ์

 

 

2. วาระการนำเสนอที่ประชุม: ในวันประชาพิจารณ์ดังกล่าว มีผู้เข้าประชาพิจารณ์ รวม 62ท่าน โดยวิทยากรได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของงานจัดทำ มาตรฐาน ICT Project Management ไว้ดังนี้:

 

นายพิศาล จอโภชาอุดม ประธานสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. และประธานที่ประชุม ได้กล่าวเปิดการประชุมประชาพิจารณ์ ความว่า: เนื่องจากการบริหารโครงการไอซีที ถือเป็นวิชาชีพสำคัญ ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทย ยังไม่มีการกำหนดขอบเขตมาตรฐานการบริหารโครงการไอซีทีให้เป็นที่แน่นอน และชัดเจน ดังนั้น จึงต้องมีการกำหนดขอบเขตการบริหารโครงการให้ชัดเจนไว้เป็นมาตรฐาน และถือเป็นเอกสารขั้นต่ำ ที่ผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการไอซีทีพึงปฏิบัติในวิชาชีพนี้...คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. จึงมีประกาศสาขาคอมพิวเตอร์ วสท. ที่ 02/ 2557 และที่ 06/ 2557 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำ มาตรฐาน ICT Project Management และ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2556 และแต่งตั้ง Drafting Committee และ Standing Committee เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2556 เพื่อดำเนินการจัดทำร่าง ขอบเขต และหน้าที่ให้บริการวิชาชีพในงานบริหารโครงการไอซีที ซึ่งคณะกรรมการต่างๆ ได้ดำเนินการจัดทำร่างมาตรฐาน ขอบเขต และหน้าที่ให้บริการวิชาชีพในงานบริหารโครงการไอซีที โดยใช้ชื่อมาตรฐานว่า “มาตรฐานการบริหารโครงการไอซีที” พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบร่างมาตรฐานฉบับดังกล่าวจนแล้วเสร็จ

 

 

ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานผู้จัดการโครงการ และประธานคณะกรรมการร่างมาตรฐาน (Drafting Committee) กล่าวนำงานจัดทำร่างมาตรฐาน ความว่า: คณะกรรมการร่างมาตรฐาน ดำเนินการประชุมร่างมาตรฐานผู้จัดการโครงการ มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2556 รวมการประชุม 34ครั้ง จึงแล้วเสร็จ และได้นำส่งต้นร่างมาตรฐานแก่คณะกรรมการตรวจสอบร่างมาตรฐาน เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ตลอดจนได้เข้าประชุมชี้แจงรายละเอียดเนื้อหา และตอบข้อซักถามแก่คณะกรรมการตรวจสอบร่างมาตรฐานมาโดยตลอด

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการร่างมาตรฐาน ได้ดำเนินการร่างมาตรฐานผู้จัดการโครงการขึ้นเป็นภาษาไทย สำหรับการใช้งานบริหารโครงการไอซีที ของ ประเทศไทย โดยขอบเขต และหน้าที่การให้บริการวิชาชีพบริหารโครงการ ICT ในมาตรฐานฉบับนี้ มุ่งเน้นทั้งโครงการ Software Development และโครงการ System Integration ที่เป็นโครงการขนาดเล็ก และมีโครงสร้างงานไม่ซับซ้อนมากนัก ตลอดจนได้อ้างอิง หลักบริหารงานโครงการจากเอกสารสองฉบับ คือ:

 

(1)       {C}{C}{C}{C}{C}{C}{C}{C}{C}CompTIA, 2013, CompTIA Project+ Certification Information, CompTIA, Available Source: http://certification.comptia.org/getCertified/certifications/project.aspx, October 8, 2013.

(2)       {C}{C}{C}{C}{C}{C}{C}{C}{C}“WWPMM3.0, the WorldWide Project Management Method, IBM Policy for Program& Project Management- OverView& Practices”

 

โดย มาตรฐานการบริหารโครงการไอซีที ฉบับนี้ เป็นข้อควรปฏิบัติขั้นต่ำ สำหรับการบริหารโครงการไอซีที ขนาดเล็ก ของ คนไทย โดยประยุกต์แนวปฏิบัติการบริหารโครงการ ตามระเบียบบริหารจัดการโครงการของราชการไทย เข้ากับขั้นตอนบริหารโครงการไอซีทีระดับสากล และมีเป้าหมายในการช่วยลดข้อขัดแย้ง ระหว่างผู้เกี่ยวข้องกันกับการบริหารโครงการไอซีทีต่างๆ ใน เมืองไทย ตลอดจน ช่วยลดความเสียหาย ช่วยลดความสูญเสีย และช่วยป้องกันการลงทุนที่สูญเปล่า จากการลงทุนพัฒนาโครงการไอซีที ในภาครัฐ และภาคเอกชน ของ ประเทศไทย

 

มาตรฐานปฏิบัติ (Standard of Practice) ฉบับนี้ มิได้เป็นการสอนกรรมวิธีการทำงานให้แก่ผู้จัดการโครงการ แต่เป็นเอกสารขั้นต่ำ สำหรับใช้ประกอบการทำงานร่วมกัน ในหมู่ผู้เกี่ยวข้องกันกับการบริหารโครงการไอซีทีต่างๆ ใน เมืองไทย ที่ควรมีประสบการณ์วิชาชีพไม่น้อยกว่าสามปี โดยมีแบบ (Templates หรือ Blank Forms) ในลักษณะพร้อมใช้งาน เพื่อความสะดวกในการนำมาใช้บริหารโครงการเท็คโนโลยี และเพื่อช่วยลดความเสียหาย ช่วยลดความสูญเสีย และช่วยป้องกันการลงทุนที่สูญเปล่า จากการลงทุนพัฒนาโครงการไอซีที ในภาครัฐ และภาคเอกชน ของ ประเทศไทย ดังกล่าว โดยคำนึงถึงประโยชน์ ของ ประเทศไทย เป็นสำคัญ

 

 

คุณศิริโชติ สิงห์ษา ประธานคณะกรรมการตรวจสอบร่างมาตรฐาน (Standing Committee) กล่าวนำการตรวจสอบร่างมาตรฐาน ความว่า: คณะกรรมการตรวจสอบร่างมาตรฐาน ได้ดำเนินการทบทวน และตรวจสอบ ความถูกต้องเรียบร้อย ของ ร่างมาตรฐานผู้จัดการโครงการ ฉบับนี้ มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 รวมเจ็ดครั้ง และเห็นสมควรนำเข้าสู่การทำประชาพิจารณ์ ในวันนี้ เพื่อรับฟังความเห็นจากผู้เข้าประชุม ก่อนการนำส่ง คณะกรรมการมาตรฐาน วสท. ดำเนินการจัดพิมพ์ออกเผยแพร่ใช้งานเป็นวงกว้างในประเทศไทยต่อไป

 

 

ดร. ชวลิต ทิสยากร บรรยายสรุปเนื้อหาร่างมาตรฐานผู้จัดการโครงการ โดย Power Point จำนวน 30Slides เพื่อการรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์ ต่อการใช้งานมาตรฐานผู้จัดการโครงการต่างๆ ของ ประเทศไทย ต่อไป

 

 

3. ความเห็น และคำถาม/ คำตอบ จากที่ประชุมพิจารณ์:

 

3.1 คำถามที่เป็นกระทู้สดจากที่ประชุม ซึ่งคุณพิศาล, ดร.เชียรช่วง, คุณศิริโชติ, และดร. ชวลิต, เป็นผู้แทนคณะกรรมการ วสท. ให้คำตอบดังนี้:

 

คำถามที่ 1: ในระบบงานราชการ การจัดทำโครงการต่างๆ ให้คิดความคุ้มค่า และจะสังเกตได้ว่า พอซื้ออุปกรณ์ หรือระบบงานคอมพิวเตอร์แล้ว ทำไมต้องมีการบำรุงรักษา คือ จ้างบริษัท??

คำตอบ: ที่ต้องมีการจ้างบริษัทบำรุงรักษาระบบงานคอมพิวเตอร์ ที่หน่วยงานราชการได้ดำเนินการจัดซื้อจัดหามาไว้ใช้งานแล้วนั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นเพราะ IT เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องจำเพาะ กล่าวคือ ถ้าซื้ออุปกรณ์ IT จากที่ไหนแล้ว บริษัทผู้ขาย อาจจะสอนให้สามารถดูแลเบื้องต้นได้ แต่ถ้าลึกลงไป ก็จะต้องเป็นผู้ขายนั่นเอง ที่จะสามารถรู้ในรายละเอียด ว่า เสียอย่างไร?? จะซ่อม หรือจะเปลี่ยน ก็แล้วแต่กรณีไป ดังนั้น หากมีการทำสัญญาบำรุงรักษาไว้แล้ว เมื่ออุปกรณ์เป็นอะไรไป จะได้แก้ไขได้ถูกทาง ซึ่งก็เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐ ปฏิบัติภารกิจ ในส่วนของการกำกับ และการดูแลเท่านั้น ส่วนงานปฏิบัติจริงๆ ให้มอบหมายภาคเอกชนเข้าดำเนินการแทน ในลักษณะการทำ Out Sourcing

 

                อย่างไรก็ดี กรณีที่หน่วยงานราชการใด มีบุคลากร มีความรู้ และมีประสบการณ์เพียงพอ ก็อาจพิจารณาบำรุงรักษาระบบงานคอมพิวเตอร์ด้วยตนเองได้ โดยพิจารณาซื้อ SoftWare Module จากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ ตามจำเป็นก็ได้

 

คำถามที่ 2: โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้จ้าง (เจ้าของโครงการ) ควรดำเนินการเขียน ToR- Terms of Reference ด้วยตนเอง หรือมอบให้ที่ปรึกษาช่วยเขียน??

คำตอบ: เป็นไปได้ทั้งสองกรณี หากผู้จ้างมีความสามารถที่จะเขียนเองได้ ผู้จ้างก็อาจพิจารณาดำเนินการเอง หรือมิฉะนั้น ผู้จ้างจะจัดหาที่ปรึกษามาเขียน ToR ให้ ก็ได้

 

คำถามที่ 3: ผู้ที่จะเป็น Project Manager ได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติที่เป็นมาตรฐานอะไรบ้าง??

คำตอบ: มาตรฐานการบริหารโครงการไอซีที วสท. ที่ได้รับการจัดทำร่างขึ้นจนแล้วเสร็จนี้ ได้กำหนด คุณสมบัติ ทั้ง ผู้จัดการโครงการ และคุณสมบัติของ PMO- Project Management Officers ไว้เป็นที่ชัดเจนแล้ว รวมถึงการสอบผ่าน ICT Project Management ของ CompTIA ไว้เป็นข้อกำหนดขั้นต่ำด้วย

 

คำถามที่ 4: มาตรฐานฉบับนี้ เป็นมาตรฐานกำกับงาน ICT Projects สำหรับ ผู้รับจ้าง (Main Contractor) เท่านั้น ใช่ หรือไม่?? ขอให้ วสท. พิจารณาเพิ่มความสำคัญของข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (ภาครัฐ) ด้วย เช่น กำหนดให้ CIO ของหน่วยงานเข้าร่วมในคณะกรรมการด้วย เป็นต้น

คำตอบ: ไม่ใช่ แต่มาตรฐานฉบับนี้ ครอบคลุมงานทุกอย่าง ของผู้เกี่ยวข้องกับงานบริหารโครงการ ทั้งสี่ฝ่าย คือ: ฝ่ายเจ้าของงานโครงการ (Project Owner), ฝ่ายตรวจรับงานจ้าง (Acceptance Committee), ฝ่ายที่ปรึกษางานโครงการ (Consultant), และฝ่ายผู้รับเหมาจ้างงานโครงการ (Main Contractor) โดยมีคณะกรรมการบริหารโครงการ (PMO- Project Management Officers) ของแต่ละฝ่าย เป็นผู้รับผิดชอบติดตามดูแลความเรียบร้อยของการพัฒนางานโครงการ

 

                แต่ทั้งนี้ ฝ่ายผู้รับเหมาจ้างงานโครงการ จะเป็นฝ่ายที่มีกำลังพลปฏิบัติงาน (Project Operations) มากที่สุด สำหรับรองรับการพัฒนางานโครงการ โดยปรกติแล้ว ฝ่ายผู้รับเหมาจ้างงานโครงการ จึงควรเป็นฝ่ายเริ่มต้นการจัดวางรายละเอียดขั้นตอนงาน การแก้ไขข้อบกพร่องในการพัฒนางานโครงการ และอื่นๆ แล้วนำเสนอเป็นเอกสาร (Project Progress Reports) การพัฒนางานโครงการในส่วนต่างๆ ให้ที่ปรึกษาลงความเห็น และนำเสนอ ฝ่ายตรวจรับงานจ้าง กับฝ่ายเจ้าของงานโครงการ พิจารณาให้ความเห็นชอบในขั้นตอนงานต่างๆ ตามลำดับ

 

                นอกจากนี้ ผู้ว่าจ้าง (ภาครัฐ) ได้ดำเนินการแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจการจ้าง ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการสอดคล้องกันกับคณะกรรมการ PMO ตามกำหนดในมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้อยู่แล้ว แต่หากว่า ผู้ว่าจ้าง (ภาครัฐ) จะพิจารณากำหนดให้ CIO ของหน่วยงาน อยู่ในคณะกรรมการ PMO ตามมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ด้วย ก็น่าจะเป็นการดี

 

คำถามที่ 5: ในตารางที่ 4.3 ของร่างมาตรฐานฉบับนี้ ซึ่งเป็นตารางแสดงระดับความรับผิดชอบของแต่ละผู้เชี่ยวชาญ ในฝ่ายผู้รับจ้างเหมา ที่จะพึงมีต่อเนื้องานเทคโนโลยีในโครงการ (ICT Project Manager’s Responsibility Chart) นั้น หากกรณีมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น จะต้องมีรายงานในรายละเอียดที่จะสามารถตรวจสอบได้ หรือไม่??

คำตอบ: ต้องมี ร่างมาตรฐานฉบับนี้จึงได้เน้นการสื่อสาร และการควบคุมงานโครงการโดยอาศัยเอกสารรายงานเป็นสำคัญ ตลอดจนได้ออกแบบ (Blank Forms) ต่างๆ ไว้ในลักษณะพร้อมใช้งาน (Ready for Use) สำหรับกรอกแบบโดยฝ่ายผู้รับจ้างเหมา และอนุมัติแบบโดยฝ่ายเกี่ยวข้องในลำดับถัดไป ดังได้กล่าวในข้อที่แล้ว ซึ่งจะนำมาใช้เป็นเอกสารตรวจสอบวินิจฉัยข้อปัญหาได้ ในกรณีเกิดข้อขัดแย้งขึ้น

 

ยิ่งไปกว่านี้ ร่างมาตรฐานฉบับนี้ ได้รับการเขียนขึ้นเป็นภาษาไทย ให้มีข้อยุติ หรือมีความพอเพียงในตนเอง (Self- Sustained) โดยไม่มีการกล่าวพาดพิง หรือเชื่อมโยงไปถึงเอกสารฉบับอื่นแต่อย่างใด เพราะเคยปรากฏมีคู่กรณีขึ้นศาล โดยใช้มาตรฐาน ISO ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ มาประกอบการพัฒนางานโครงการ ทำไห้ต้องเสียเวลานานหลายปี ในการจัดแปลมาตรฐาน ISO จำนวนหลายฉบับ เป็นภาษาไทยก่อน อีกทั้ง มาตรฐาน ISO ฉบับดังกล่าว มีการกำหนด เชื่อมโยงขั้นตอนงาน ไปถึงเอกสาร ISO ฉบับอื่นด้วย

 

คำถามที่ 6: ในเมื่อรัฐเป็นผู้สนับสนุนงบให้กระทรวงไอซีที ก็สมควรที่กระทรวงไอซีที จะแจกจ่ายให้ส่วนราชการอื่นๆ ใช้งานได้ฟรี เพื่องบประมาณจะได้ไม่ซับซ้อน

คำตอบ: เป็นความเห็นจากคุณเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที และน.อ. รศ. ดร. ประสงค์ ปราณีตพลกรัง ที่ปรึกษารัฐมนตรีกะรทรวงไอซีที: “กระทรวงไอซีที มีนโยบายที่จะพัฒนาหลักสูตรกลาง สำหรับบุคลากรภาครัฐด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร โดยปีนี้ กระทรวงไอซีที ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำหลักสูตรกลางสำหรับข้าราชการด้านไอซีทีไว้แล้ว อีกทั้งยังได้จัดทำคำจำกัดความของอาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารไว้ 5สาขาอาชีพของอาเซียน รวมถึงคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานในสาขาอาชีพทั้ง 5 ด้วย สำหรับงบประมาณเกี่ยวข้องนั้น กระทรวงไอซีที ยินดีที่จะบูรณาการร่วมกันกับทุกกระทรวง ในการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ และสนับสนุนภาคเอกชนด้วยเช่นเดียวกัน

 

คำถามที่ 7: ปัญหาเรื่อง Change Request ที่จะต้องมีการอนุมัติการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในโครงการ ทั้งการอนุมัติด้านการเงิน และเวลานั้น หมายถึงอย่างไรในการตรวจรับงาน?? เพราะโดยปรกติแล้ว การตรวจรับงานโครงการต่างๆ นั้น ผู้ตรวจรับงาน จะต้องมีความรู้จริง และการพิจารณาตรวจรับงานโครงการ ก็จะต้องดำเนินการในแต่ละขั้นตอนงาน (Work Packages) อย่างรวดเร็ว เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าในงานขั้นตอนต่อไป (Succeeding Work Package)

คำตอบ: การอนุมัติขั้นตอนงานต่างๆ นั้น ไม่เพียงแต่จะส่งผลถึง ด้านการเงิน และด้านเวลา แต่ยังมีด้านทรัพยากรบุคคล และด้านทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย อีกทั้งผู้รับผิดชอบ คือ Project Manager เอง ก็จะต้องมีความรู้ และประสบการณ์ ที่ดีพอสำหรับการตัดสินใจที่ถูกต้องด้วย ร่างมาตรฐานฉบับนี้ จึงได้กำหนดให้มีการจัดทำเอกสารการแก้ไขงาน (Change Notice) ไว้ด้วยทุกครั้ง ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวงเงินงบประมาณโครงการในส่วนใด หรือไม่ก็ตาม เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังได้

 

คำถามที่ 8: แม้ว่างานเสร็จแล้ว แต่หากผู้ใช้งาน (End User) ไม่ได้ปรับปรุงข้อมูล และระบบงานนั้นๆ ให้เป็นปัจจุบัน (Master File UpDating) แล้ว ก็เป็นการเสียเวลาเปล่า เพราะในอนาคตอุปกรณ์ หรือระบบงานคอมพิวเตอร์นั้นๆ ก็จะยังคงเหมือนเดิม (As- Is) เหมือนกับไม่ได้จ้างงานแต่อย่างใด (ไม่มี To- Be)

คำตอบ: เป็นความจริงที่ว่า งานคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับการพัฒนาจนแล้วเสร็จนั้น ยังจะต้องได้รับการ Update ระบบฐานข้อมูลเกี่ยวข้องต่างๆ ให้เป็นระบบฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน (UpDated Master File) พร้อมทั้งออกรายงานเกี่ยวข้องต่างๆ จึงมีความจำเป็นจะต้องมี การจัดทำเอกสารประกอบการใช้งาน ฯลฯ ตลอดจนถึงการทำฝึกอบรมผู้ใช้งาน และจัดวางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร (Organization Management Change Plan) ซึ่งควรจะได้รับการกำหนดไว้ ตั้งแต่ตอนออกแบบ และจัดวางขั้นตอนการพัฒนางานโครงการ ในตอนแรกแล้ว

 

คำถามที่ 9: ในด้านการเก็บเงินค่าจ้าง ที่ระบุให้เก็บเงินตาม milestone นั้น เป็นอย่างไร?? ต้องมีอะไรบ้าง?? ถึงจะเก็บเงินค่าจ้างได้??

คำตอบ: การเก็บเงินตาม milestone ต้องมีเอกสารประกอบงานที่ทำแล้วเสร็จ (Delivourable Packages and Reporting Documents) ตาม milestone

 

คำถามที่ 10: มีความรู้สึกว่า เอกสารต่างๆ ที่จะต้องจัดทำตามร่างมาตรฐานที่กำหนดไว้แล้วนั้น มีปริมาณมาก ที่จะต้องจัดทำขึ้น และจะต้องนำส่งเพื่อการตั้งเบิกจ่ายงวดงานหรือ??

ตอบ: เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในระหว่างผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ตลอดจนการพัฒนางานคอมพิวเตอร์นั้น มีความซับซ้อนอยู่เป็นอันมาก จึงมีความจำเป็น ที่ฝ่ายผู้รับเหมาจ้างงานโครงการ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานพัฒนาโครงการโดยตรงนั้น จะเป็นผู้จัดทำงานเอกสารเกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ที่ปรึกษาพิจารณาความถูกต้องเรียบร้อย ก่อนการนำเสนอฝ่ายตรวจการจ้าง ของเจ้าของงานโครงการ ต่อไป

 

            สำหรับงานคอมพิวเตอร์นั้น นอกจากการจัดเขียนโปรแกรมงานคอมพิวเตอร์ จะได้รับการกำหนดให้มีการเขียนเอกสารจำนวนมาก เข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาทุกสมัยแล้ว ยังมีเอกสารสนับสนุนงานพัฒนาโครงการคอมพิวเตอร์อีกจำนวนมาก (Supporting Documents) ที่ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะต้องจัดทำ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของภาระ และหน้าที่ของนักคอมพิวเตอร์ที่ดี

 

คำถามที่ 11: มาตรฐานฉบับนี้ ของ วสท. จะสามารถทำให้เกิดการรองรับ เป็นกฎหมาย ได้ หรือไม่??

คำตอบ: มาตรฐาน วสท. ที่ได้รับการจัดทำขึ้นเป็นร้อยฉบับ ในรอบ 70ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่ปรากฏมีผู้จัดซื้อจัดหาไปใช้งานโดยความสมัครใจของตนเอง เพื่อความราบรื่นในงานภารกิจของตน ทำให้ วสท. มีรายได้หลักจากการขายมาตรฐานปฏิบัติ (Standard of Practice) โดยไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมผู้ใช้งานมาตรฐานปฏิบัติเหล่านี้แต่อย่างใด

 

3.2 เนื่องจากหมดเวลาการประชุม แต่ยังมีคำถามคงค้างอีกส่วนหนึ่ง: ซึ่ง วสท. จะดำเนินการตอบคำถาม โดยการตีพิมพ์เผยแพร่ในคอมพิวเตอร์สาร วสท. และนำขึ้นสถานีเว็ปคอมพิวเตอร์ วสท. ต่อไป ปรากฏยังมีคำถามค้างที่ประชุม บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนี้:

 

คำถามที่ 1: โครงการ ICT ภาครัฐ ทำไมต่างคนต่างทำ ไม่มาบูรณาการกัน??

ตอบ เป็นความเห็นจากคุณเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที และน.อ. รศ. ดร. ประสงค์ ปราณีตพลกรัง ที่ปรึกษารัฐมนตรีกะรทรวงไอซีที: “กระทรวงไอซีที มั่นใจว่า กระทรวง จะเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการโครงการไอซีทีภาครัฐ ร่วมกันกับกระทรวงอื่นๆ โดยกระทรวงไอซีที มีภารกิจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการไอซีทีของรัฐ ที่มีมูลค่า 100ล้านบาทขึ้นไป และ ได้พิจารณาในประเด็นบูรณาการร่วมไปด้วย เพื่อจะให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน และลดความซ้ำซ้อน โดยกระทรวงไอซีที ได้จัดทำมาตรฐานราคากลาง และคุณลักษณะเฉพาะกลาง ที่หน่วยราชการส่วนใหญ่จัดซื้อจัดจ้าง

 

คำถามที่ 2: มาตรฐาน ไอซีทีที่ดำเนินการนี้ สามารถเทียบได้เท่ากับมาตรฐานของไทย และมาตรฐานระดับสากล อะไรบ้าง??ในระดับใดบ้าง??

ตอบ จากการศึกษาของคณะกรรมการจัดทำร่างมาตรฐานฉบับนี้ เมื่อกลางปี 2556 ไม่พบว่ามีมาตรฐานปฏิบัติ ในระดับสากล สำหรับการใช้งาน ของ ผู้จัดการโครงการ ในปัจจุบัน พบแต่ Training Notes, Instruction Manuals, HandBooks, Guides, ฯลฯ เท่านั้น มาตรฐานปฏิบัติสำหรับผู้จัดการโครงการ ฉบับนี้ จึงนับเป็นมาตรฐานปฏิบัติ “ICT Project Management Standard of Practice” ฉบับแรก ที่เกิดมีขึ้นในปัจจุบัน ซึ่ง วสท. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำคำอธิบายมาตรฐานฉบับนี้ (Guide) โดยมีคุณพีรพงษ์เป็นประธาน

 

คำถามที่ 3: ขอให้ขยายขอบข่ายการทำงาน ในมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ ให้เป็น 3ระยะ คือ Before, During, และ After Project, และในส่วนของ Before Project, โดยขอให้มีการกำหนดทำสถาปัตยกรรมระบบ เพื่อให้การ design ระบบ ได้ตรงตาม requirement มากที่สุด เพื่อให้การนำไปพัฒนาต่อในช่วง During Project สำเร็จตามเป้าหมาย

ตอบ รับไปพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐาน ฉบับนี้

 

คำถามที่ 4: มีแนวทางการบังคับใช้มาตรฐานอย่างไร?? จะสามารถผลักดันให้อยู่ใน TOR ภาครัฐทั้งหมด หรือไม่??

ตอบ โดยปรกติแล้ว เป็นความสมัครใจของผู้ใช้งานมาตรฐานปฏิบัติ ของ วสท. อย่างไรก็ดี หากกระทรวงไอซีที จะพิจารณานำมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ไปกำหนดใช้งาน เข้าไว้ใน TOR ภาครัฐทั้งหมด ก็น่าจะดี

 

คำถามที่ 5: ที่หน้า 4 ย่อหน้าที่ 3 ในมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ ความว่า “กระบวนการบริหารโครงการไอซีที (ICT Project Management) ในมาตรฐานปฏิบัติของการบริหารโครงการฉบับนี้ จะไม่รวมการบริหารความเสี่ยงโครงการ (Project Risk Management) การบริหารการเปลี่ยนแปลงโครงการ (Project Change Management) และการประกันคุณภาพโครงการ (Project Quality Assurance)” ถามว่า: ตกลงว่ารวม หรือไม่รวม?? เพราะในตาราง 4.1 ข้อ 3.2.2 3.2.3 3.2.4 กำหนดให้ต้องดำเนินการในมาตรฐานฉบับนี้ ถ้าไม่รวมเพราะเหตุใด??

ตอบ การทำ Change Management และการทำ Quality Assurance ในมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้นั้น เป็นสิ่งที่จะต้องทำอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี เนื่องจากมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ มุ่งเน้นที่โครงการไอซีที ขนาดเล็ก และมีโครงสร้างงานไม่ซับซ้อนมากนัก จึงไม่รวมการทำ Risk Management อย่างครอบคลุม เนื่องจากจะทำให้เจ้าของงานโรงการ จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นสำหรับงานส่วนนี้ มาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ จึงระบุเพียงให้มีการพิจารณาดำเนินการในระดับ Contingency Plan อย่างจริงจังเท่านั้น

 

คำถามที่ 6: การดำเนินงานตามขั้นที่ 3 ข้อ จ. ในมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้นั้น คำว่า สำรอง และกู้คืนข้อมูลโครงการ (Data Backup and Data Recovering) คืออะไรบ้าง?? มีข้อมูลอะไรบ้าง??

ตอบ สำหรับโครงการไอซีที ขนาดเล็ก และมีโครงสร้างงานไม่ซับซ้อนมากนัก ผู้จัดการโครงการ ที่มีประสบการณ์พอควรแล้วนั้น น่าจะประมาณกรอบงานส่วนนี้ได้ไม่ยากนัก มาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้จึงมิได้กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมส่วนนี้ ไว้มากกว่านี้

 

คำถามที่ 7: การปิดโครงการ หรือจะแจ้งประกัน 1ปี ในส่วนของ MA ควรจะมีการกล่าวถึง ในมาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ไว้บ้าง หรืออย่างไ?? เช่น: ในช่วงตรวจรับงานโครงการแล้ว หากเกิดมีการแก้ไข Program Bugs ในคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ หรือเกิดข้อผิดพลาดหลังการตรวจรับงานโครงการแล้ว จะทำอย่างไร??

ตอบ มาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ เริ่มกำหนดขั้นตอนปฏิบัติให้แก่ ผู้จัดการโครงการ ในภายหลังจาก ที่ได้มีการลงนามในสัญญาจ้าง ที่ได้กำหนด ToR ไว้แล้ว จนถึงขั้นตอนการปิดโครงการ และดำเนินการส่งมอบงานแล้ว เท่านั้น สำหรับในส่วนของ MA ตลอดจนถึงช่วงตรวจรับแล้ว รวมถึงส่วนงานแก้ไข Bugs หรือข้อผิดพลาดภายหลังการตรวจรับงานโครงการแล้วนั้น ควรได้รับการกำหนดไว้ใน ToR ซึ่งจะเป็นงานในส่วนของมาตรฐานปฏิบัติต่างหากอีกฉบับ (ไม่ใช่ฉบับนี้) อย่างไรก็ดี มาตรฐานปฏิบัติฉบับนี้ ได้กำหนดห้ามแก้ไข Off the Shelf SoftWare Package เกินกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาข้อผิดพลาดภายหลังการตรวจรับ ไว้ที่ระดับต่ำสุด (to the Minimal) แล้ว

 

2.3 ภายหลังปิดการประชุมพิจารณ์ แล้ว ยังมีข้อเสนอแนะต่อหนังสือมาตรฐานฉบับนี้ เพิ่มเติมดังนี้ (ซึ่งจะได้รับการพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการร่างมาตรฐาน วสท. ครั้งต่อไป):

 

หน้า 9 ควรตัดข้อ 2.3 (ค) ออก เพราะการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ไม่เกี่ยวกับธรรมาภิบาล

หน้า 10 ข้อ 2.4 (ก) ถึง (ช) แม้ว่าจะเป็นคำศัพท์เทคนิคทั่วๆ ไป ที่ผู้จัดการโครงการ ควรเข้าใจอยู่แล้ว แต่ก็น่าจะพิจารณาจัดทำไว้ในส่วนของนิยาม ว่า คืออะไร?? เช่นการวิเคราะห์ตามต้องการ หมายถึงอะไร??

หน้า 13 ข้อ ค ควรตัดข้อความว่า “โดยคณะบริหารผู้รับจ้างดำเนินโครงการต้องมีความซื่อสัตย์...อาจก่อให้เกิดคุณ หรือโทษ” เพราะรวมอยู่ในหลักธรรมาภิบาล ข้อ 2.3 แล้ว

 

 

4. บทสรุป: เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 คณะกรรมการจัดทำ มาตรฐาน ICT Project Management โดย Drafting Committee และ Standing Committee ได้พิจารณาปรับปรุงมาตรฐาน ICT Project Management ของ ประเทศไทย ให้สอดคล้องกับความเห็นเพิ่มเติมในส่วนของการทำประชาพิจารณ์ในครั้งนี้ และได้นำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2557 ซึ่งได้รับความเห็นชอบ ให้นำเสนอ มาตรฐาน ICT Project Management ของ ประเทศไทย ต่อคณะกรรมการมาตรฐาน วสท. เพื่อพิจารณาจัดพิมพ์ออกเผยแพร่แก่ผู้ใช้งานต่อไป

 

 
 
ภาพถ่ายวันประชุมประชาพิจารณ์ “ร่างมาตรฐานการบริหารโครงการไอซีที”ของ ประเทศไทย เมื่อวันที่อังคารที่ 3 มิถุนายน 2557 ที่อาคารสำนักงานใหญ่ วสท. ปรากฏมีผู้เข้าร่วมประชุมคับคั่ง

 
 

 

ภาพถ่ายวิทยากร และคณะกรรมการจัดทำร่างมาตรฐาน การบริหารโครงการไอซีที”ของ ประเทศไทย ที่เข้าร่วม วันประชุมประชาพิจารณ์ เมื่อวันที่อังคารที่ 3 มิถุนายน 2557 ที่อาคารสำนักงานใหญ่ วสท.

จากซ้าย: ดร. ชวลิต ทิสยากร วุฒิไฟฟ้า และวุฒิคอมพิวเตอร์ วสท., คุณศิริโชติ สิงห์ษา ภาคีไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ วสท., คุณพิศาล จอโภชาอุดม วุฒิไฟฟ้า และวุฒิคอมพิวเตอร์ วสท., คุณกุมโชค ใบแย้ม วุฒิไฟฟ้า และสามัญคอมพิวเตอร์ วสท., ดร. ประสงค์ ประณีตพลกรัง ภาคีคอมพิวเตอร์ วสท., ดร. เชียรช่วง กัลยาณมิตร ภาคีอุตสาหการ และภาคีคอมพิวเตอร์ วสท., คุณเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงไอซีที, คุณรจเรศ เมฆศิริวิไล, ม.ร.ว.นงคราญ ชมพูนุท สมทบคอมพิวเตอร์ วสท., คุณปพน มูลเงิน สมทบคอมพิวเตอร์ วสท., และคุณ

Free business joomla templates