HomeEIT Anouncementสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วสท. รับมอบเช็คสนับสนุน จาก Media NetWork Consultant (Thailand) Co., Ltd.

กฟผ.จับมือสถาบันการศึกษาจัดทำผังงานวิจัยพลังงานไฟฟ้าระยะยาว

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการวิจัยพลังงานไฟฟ้า:                                  วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

pic1.jpg

 

                                                   โดย สมชัย กกกำแหง วุฒิโยธา วสท.

เพื่อการสั่งสมสินทรัพย์ที่สำคัญ ในเชิงแข่งขันระหว่างประเทศ

กฟผ. ก้าวสู่ความเป็นเลิศในงานวิจัยในอนาคต

จับมือสถาบันการศึกษาจัดทำผังงานวิจัยพลังงานไฟฟ้าระยะยาว

เพื่อสนองตอบนโยบายภาครัฐ

สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2548 ได้มีมติให้หน่วยงานภาครัฐจัดสรรงบประมาณ 3% ของผลกำไรสุทธิ สนับสนุนงานวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ โดยผ่านการดำเนินงานของสถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย และพัฒนา ในประเทศ เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของบุคลากรในประเทศ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของงานวิจัย และพัฒนามานานแล้วว่า งานวิจัยเป็นสิ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น และจะช่วยสร้างพื้นฐานความเข้มแข็งในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นเพื่อจะช่วยผลักดันให้องค์กรก้าวรุดหน้าไปได้อย่างยั่งยืน กฟผ. จึงมีความยินดีที่ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนนโยบายพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของบุคลากรในประเทศด้วยงานวิจัย และพัฒนา โดย กฟผ. ได้จัดสรรเงินทุนเพื่อสนับสนุนงานวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆที่เสนอขอมาตามกรอบงานวิจัย และพัฒนาที่ กฟผ. ได้กำหนดเป็นประจำทุกปี

นอกจากนั้น กิจกรรมนี้ ยังมีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างสรรค์สังคมองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในประเทศ โดยเน้นการสร้างบุคลากรในประเทศให้มีความสามารถในการทำงานวิจัยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กฟผ.จะให้ความสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและพัฒนา ทั้งภายใน และภายนอกองค์กร โดยอาศัยความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา หรือสถาบันวิจัย และพัฒนาต่างๆในประเทศเป็นหลัก

จึ่งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 กฟผ. ได้มอบหมายให้ ศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้านเทคโนโลยีไฟฟ้ากำลัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การนำของ ดร. เอกชัย ลีลารัศมี และดร.สุริยัน ติษยาธิคม เป็นผู้ดำเนินโครงการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี ด้านการวิจัยเชิงประยุกต์ (Applied Research, Experimental Research) ในลักษณะของโครงการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อค้นคว้าหาโจทย์วิจัยซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของ กฟผ., คัดเลือกโจทย์วิจัยที่ส่งผลกระทบสูง, จัดทำตัวอย่างข้อเสนอชุดโครงการวิจัยที่น่าสนใจจากโจทย์วิจัยที่คัดเลือกแล้ว, และนำเสนอวิธีบริหารจัดการกองทุนวิจัยแบบเล็งผล

 

pic2.jpg

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 คณะนักวิจัย ได้นำเสนอผลวิจัยดังกล่าว ที่ห้องประชุม 6 ชั้น 20 อาคาร ท.102 สรุปความในประเด็นหลักได้ดังนี้:

(ก) สภาพการทำงานวิจัยของไทยในปัจจุบัน: งานวิจัยส่วนใหญ่ ใน ประเทศไทย ประสบปัญหาซึ่งวนเวียนอยู่กับที่ ไม่ใคร่สามารถขยายผลให้ก้าวหน้า หรือมีทิศทางการเติบโตที่มีอนาคต นอกจากนั้น ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวงจรไม่สิ้นสุด จากทัศนคติ และความคาดหมายต่อการดำเนินงานวิจัยจากมุมมองที่ต่างกันในลักษณะดังต่อไปนี้:

 

  1. เจ้าของเงินทุนวิจัย ใน ประเทศไทย มักมีความต้องการเห็นผลงานวิจัยเร็วๆ หรือเพื่อหวังผลเชิงพาณิชย์โดยตรง
  2. ผู้วิจัย มักพยายามยืนหยัดทำงานวิจัยที่ตนสนใจในโครงการที่ยังไม่มีโจทย์วิจัยชัดเจน (Not Well Formed Research Topics) หรือทำแต่งานโครงการศึกษาเฉพาะประเด็น (Study Projects) ซึ่งยังไม่ใช่งานวิจัยที่แท้จริง

(ข) แนวทางแก้ไข: คณะนักวิจัย ได้นำเสนอแนวทางแก้ไข ที่จะทำให้เกิดการสร้างงานวิจัยขึ้นเป็นหลักตลอดจนสามารถเป็นที่พึ่งพิงให้กับองค์กร และประเทศไทย ได้อย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการจัดหานักวิจัยมาจัดทำโจทย์วิจัยที่เป็นรูปธรรม และเป็นประโยชน์แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต อย่างแท้จริงในระยะยาว ทั้งนี้ สภาพการทำงานวิจัยจะต้องการได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ดังนี้:

 

  1. ให้มีการจัดทำโครงการวิจัยนำร่อง เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานวิจัยขั้นต้น และช่วยลดความเสี่ยงของการลงมือดำเนินงานชุดโครงการวิจัยขนาดใหญ่ในโอกาสต่อไป ตามแนวคำพังเพย “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น”
  2. ใช้ นโยบาย พิจารณาให้การสนับสนุน และผลักดันให้เกิดลักษณะการทำงาน “มุ่งทำวิจัยเต็มเวลาเป็นอาชีพ” ซึ่ง คณะนักวิจัย เชื่อว่าจะเป็นแนวทางสำคัญ ที่จะทำให้เห็นผลงานวิจัยเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้อย่างจริงจังในระยะยาว

(ค) ผลดำเนินงานวิจัยโดยรวม: คณะนักวิจัย ได้จับประเด็นปัญหา (Research Problems Identification) จำนวน 24 หัวข้อโจทย์วิจัย แล้วพิจารณาคัดเลือกร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่างๆ ของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และคัดให้เหลือปัญหาที่เห็นร่วมกันว่าสำคัญ และ กฟผ. ต้องการผลในระยะแรก 9 ข้อ

(ง) สัดส่วนงานวิจัยพัฒนา: คณะนักวิจัย พบว่า สัดส่วนงานวิจัยพัฒนาสำหรับกิจการไฟฟ้าที่ได้รับการกลั่นกรองขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ กฟผ. ในครั้งนี้ ยังไม่สอดคล้องกันกับทิศทางงานวิจัยที่ดำเนินการกันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุผลที่ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ในด้านพื้นฐานการผลิตไฟฟ้า แหล่งพลังงานผลิตไฟฟ้า และลักษณะการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความเป็นอยู่โดยทั่วไป เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเน้นในอุตสาหกรรมหนักด้านการผลิตเพื่อการส่งออก ส่วน ประเทศไทย ยังมีงานอุตสาหกรรมหนักน้อยกว่า

(จ) แบบสำรวจงานวิจัยโครงการ: คณะนักวิจัย ได้ออกแบบสำรวจงานวิจัยโครงการ จำนวน 6 หน้า แจกแจงรายชื่อหัวข้อวิจัยตามที่ EPRI- Electric Power Research Institute ได้พิจารณาว่า เป็นหัวข้อวิจัยที่ได้รับความสนใจใน ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อดำเนินการสำรวจความเห็นเบื้องต้นจากวิศวกรของ กฟผ. ต่อการจัดอันดับความสำคัญของประเด็นงานวิจัย ซึ่ง กฟผ. เห็นว่าควรจะวิจัยเป็นอย่างยิ่ง ตลอดจนประเด็นงานวิจัยที่ ควรดำเนินการในระดับเร่งด่วน

จากการสรุปผลสำรวจ ที่ คณะนักวิจัย ได้รับจากแบบสำรวจ พบว่า ความเห็นโดยส่วนใหญ่ จาก วิศวกร กฟผ. เห็นว่า ในขณะนี้ กฟผ. ยังไม่พร้อมที่จะศึกษาวิจัยตามประเด็นหัวข้อที่ ขณะนี้ EPRI ได้ดำเนินการอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลที่ได้นี้ สอดคล้องกันกับ สัดส่วนของผลคัดเลือกโจทย์วิจัย ที่ได้รับจากการดำเนินงานวิจัยตลอดโครงการในครั้งนี้

(ฉ) สัดส่วนงานศึกษาวิจัยของ EPRI: คณะนักวิจัยพบว่า สัดส่วนงานศึกษาวิจัยส่วนใหญ่ที่ EPRI ได้ดำเนินการอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาขณะนี้ จะหนักไปในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะส่งผลต่อการลดภาวะโลกร้อน ในขณะที่สัดส่วนงานศึกษาวิจัยที่ คณะนักวิจัย ได้ดำเนินการศึกษาสรุปออกมาเบื้องต้นให้แก่ กฟผ. นั้น ส่วนใหญ่จะหนักไปในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการใช้พลังงานของ ประเทศไทย ซึ่งจัดได้ว่า เป็นเรื่องที่ปกติเช่นกัน เนื่องจากลักษณะงานวิจัยก็จะมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการ และสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของประเทศที่แตกต่างกัน

เนื่องจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา, ประเทศจีน, และประเทศอินเดีย, ต่างก็เป็นประเทศผู้นำด้านอุตสาหกรรมในโลกปัจจุบัน จึงมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงขึ้นถึงประเทศละประมาณ 30% ของทั้งโลก อันเนื่องมาจาก มีโรงไฟฟ้าถ่านหินรุ่นเก่าอยู่เป็นจำนวนมากในทั้ง สามประเทศ จึงมีความจำเป็นที่ ประเทศทั้งสาม จะต้องรีบดำเนินการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินแบบดั้งเดิมเหล่านี้ ให้เข้าสู่การใช้เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินรุ่นใหม่ ที่ สถาบัน EPRI กำลังอยู่ในระหว่างการเร่งรัดประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ให้เข้าสู่ระดับอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น

(ช) ผลการคัดเลือกโจทย์วิจัย ในท้ายที่สุด คณะนักวิจัย ร่วมกับ กฟผ.ได้คัดเลือก โจทย์วิจัย ให้เหลือเพียง สามหัวข้อ ที่ คณะนักวิจัย จะนำเสนอผลงานเป็น Research Proposals ได้แก่:

101 งานพัฒนา Generations& Transmission Data Base ของฝ่ายผลิต และจ่ายไฟฟ้า for Management Control Decision โดย ดร.สุริยัน ติษยาธิคม

30 6& 307 งานศึกษาวิจัย และพัฒนา SCADA Software& Hardware Technology โดย ดร.สุริยัน ติษยาธิคม และ ดร. ชวลิต ทิสยากร

103 งานสร้างการยอมรับทางสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าตามแผน PDP 2007 โดย ดร.แนบบุญ หุนเจริญ

(ซ) มาตรการวัดผลสำเร็จองงานวิจัย: ที่ใช้กันในระดับสากล คือ:

ผลงานวิจัย ต้องได้รับการนำเสนอในลักษณะสิ่งพิมพ์เผยแพร่ในวงกว้าง และ/ หรือ ได้รับการนำเสนอต่อที่ประชุมพิจารณ์เชิงเทคนิค (Technical Hearings) ตลอดจนมีความมีคุณค่าที่สามารถนำออกใช้งานเชิงพาณิชย์ได้

pic3.jpg

 

กฟผ. เปิดกองทุนสนับสนุนงานวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี: วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 คณะกรรมการบริหาร งานวิจัย และพัฒนา กฟผ. (คบวพ.) ครั้งที่ 3/ 2549 ประชุมเปิดกองทุนสนับสนุนงานวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี โดยมีคุณพิพัฒน์ หงษ์ลดารมภ์ ภาคีสมาชิก ไฟฟ้า วสท. (ประธาน) และคุณสมชัย กกกำแหง วุฒิสมาชิก โยธา วสท. (กรรรมการ และเลขานุการ

 

pic4.jpg

ภาพเหตุการณ์วันที่ 15 กรกฎาคม 2551: คุณวิรัช กาญจนพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเปิดการประชุมพิจารณ์ (Final Hearings) ฟัง คณะนักวิจัย จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอ ผลวิจัยโครงการจัดทำผังวิจัย ซึ่ง คุณสมชัย กกกำแหง วุฒิสมาชิก โยธา วสท. และวิศวกรโยธาดีเด่น วสท. ประจำปี 2547 เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ในฐานะ ผอ. ฝ่ายวางแผน และวิจัย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

 

 

 

 

Free business joomla templates