Thai Chinese (Traditional) English Japanese
HomeArticlesผลกระทบของประชาคมอาเซียน 2558 ต่อวิศวกรไทย

ผลกระทบของประชาคมอาเซียน 2558 ต่อวิศวกรไทย

ผลกระทบของประชาคมอาเซียน 2558 ต่อวิศวกรไทย

และแนวทางการแก้ไข

 

asean-logo.jpg

 

ปราการ กาญจนวตี วุฒิไฟฟ้า และสามัญคอมพิวเตอร์ วสท.

10 มิถุนายน 2554

 

 

1 ASEAN Community คืออะไร??: อาเซียน (ASEAN) ประกอบด้วย 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย (2510) สิงคโปร์ (2510) อินโดเนเซีย (2510) มาเลเซีย (2510) ฟิลิปปินส์ (2510) บรูไน (2527) เวียตนาม (2538)  ลาว (2540) พม่า (2540)  กัพูชา (2542) มีประชากรรวมกันประมาณ 570 ล้านคน มีขนาดเศษฐกิจที่โตมาก (โปรดดูรูปในหน้าถัดไป)

เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน ที่เรียกว่า ข้อตกลงบาหลี 2 เห็นชอบให้จัดตั้ง ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือการให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) เนื่องจากการแข่งขันรุนแรง เช่น อัตราการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจีน และอินเดียสูงมากในช่วงที่ผ่านมา

ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ที่ชะอำ หัวหิน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2552 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามรับรองปฏิญญาชะอำ หัวหิน ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ค.ศ. 2009- 2015) เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558

2 ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา คือ:

2.1 ประชาคมการเมือง และความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community– ASC) มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคง ทั้งรูปแบบเดิม และรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย และมั่นคง

           asean-map.jpg  

 

2.2 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community– AEC) มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน โดย:

(ก) มุ่งให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการลดปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี 2020

(ข) ทําให้อาเซียนเป็นตลาด และฐานการผลิตเดียว (single market and production base)

(ค) ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียนเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาและช่วยให้ประเทศเหล่านี้เข้าร่วมกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน

(ง) ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงิน และเศรษฐกิจมหภาคตลาดการเงิน และตลาดทุน การประกันภัย และภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการคมนาคม พัฒนาความร่วมมือด้านกฎหมาย การเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษา และการพัฒนาฝีมือแรงงาน กลุ่มสินค้า และบริการนำร่องที่สำคัญ ที่จะเกิดการรวมกลุ่มกัน คือ สินค้าเกษตร/ สินค้าประมง/ ผลิตภัณฑ์ไม้/ ผลิตภัณฑ์ยาง/ สิ่งทอ/ ยานยนต์/อิเล็กทรอนิกส์/ เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-ASEAN)/ การบริการด้านสุขภาพ, ท่องเที่ยว และการขนส่งทางอากาศ (การบิน) กำหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปีที่เริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ โดยผ่อนปรนให้กับประเทศ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียตนาม ซึ่งประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ทำ Roadmap ทางด้านท่องเที่ยว และการขนส่งทางอากาศ (การบิน)

2.3 ประชาคมสังคม และวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community- ASCC) เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม

 

3. ประโยชน์ที่ไทยได้รับคืออะไร??

(ก) ประชากรเพิ่มเป็น 600 ล้านคนโดยประมาณ ทำให้เพิ่มศักยภาพในการบริโภค เพิ่มอำนาจการต่อรองในระดับโลก

(ข) Economy Scale ยิ่งผลิตมาก ยิ่งต้นทุนต่ำ

(ค) มีแรงดึงดูดเงินลงทุนที่อยู่นอกอาเซียนสูงขึ้น

(ง) สิบเสียงย่อมดังกว่าเสียงเดียว

 

4. ผลกระทบจากการเปิดประตูการค้าเสรีของประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ต่อวิศวกรไทย จะมีอะไรบ้าง??

(ก) การศึกษาในภาพใหญ่ของโลก มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ต้องไม่ให้การเปลี่ยนแปลงนี้มากระชากลากเราไปอย่างทุลักทุเล เราต้องเตรียมความพร้อมทันที ตลอดเวลา โดยเฉพาะบุคลากรต้องตามให้ทัน และยืดหยุ่นปรับตัวให้รับสถานการณ์ได้

(ข) ภาษาอังกฤษ จะเป็นภาษากลางของ ASEAN บุคลากร และนักศึกษา ต้องเพิ่มทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ ให้สามารถสื่อสารได้

(ค) ปรับปรุงความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ เพื่อลดข้อขัดแย้งในภูมิภาคอาเซียน (Conflict Management) จึงต้องคำนึงถึงการสร้างบัณฑิตให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง ASEAN ให้มากขึ้น

(ง) สร้างบัณฑิตให้สามารถแข่งขันได้ใน ASEAN เพิ่มโอกาสในการทำงาน ไม่เช่นนั้น จะถูกแย่งงานเพราะเกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน/ บริการอย่างเสรี คณะกรรมการวิชาชีพ สภาวิชาชีพ ต้องเตรียมการรองรับผลกระทบนี้อย่างเร่งด่วน

(จ) โอกาสในการเป็น Education Hub โดยอาศัยความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ของประเทศไทย แต่ต้องเน้นในเรื่องของคุณภาพการศึกษาเป็นตัวนำ

(ฉ) เราต้องการเครื่องมือในการ Transform คน การเรียนแบบ PBL หรือ Project Based Learning น่าจะได้มีการวิจัยอย่างจริงจัง และนำมาปรับใช้ ห้องเรียน ไม่ใช่แค่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆอีกต่อไป ต้องเพิ่มการเรียนจากชีวิตจริง ลงมือทำเป็นทีม อยู่คนละประเทศก็ทำร่วมกันได้ด้วยไม่มีข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ประเด็นนี้ อาจารย์จะสอนได้ยากขึ้น แต่เป็นผู้ที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้ แสดงว่า อาจารย์ต้องมีความพร้อมมากกว่าเดิม และเก่งจริงๆ

ช) บริษัทข้ามชาติ จะเป็นตัวเร่งในการเคลื่ยนย้ายแรงงาน เนื่องจากต้องตอบสนองความต้องการของตัวเองและมีข้อมูลที่ชัดเจนในเรื่องคูณภาพของแรงงานและความสามารถเฉพาะทางที่ต้องการ (วิศวกรต่างชาติจากประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า และเขมร มีแนวโน้มจะย้ายมายังไทย?)
5. การเตรียมพร้อมของวิศวกรไทย: ในบทนี้ ผู้เขียนขอเสนอ แนวทางการแก้ไข ผลกระทบของประชาคมอาเซียน 2558 ต่อวิศวกรไทย ไว้เป็นดังนี้:

ภาษาอังกฤษ: ภาษาอังกฤษของวิศวกรไทยต้องไม่เพียงแค่อ่านออก เขียนได้ แต่ยังต้องสามารถสนทนาโต้ตอบได้อย่างดี และถูกต้องกับคนทุกชาติที่มีภาษาแม่ต่างกัน
มาตรฐานของวิศวกรไทย: สภาวิศวกรไทยต้องจัดทำมาตรฐานวิศวกรให้ครอบคลุมทุกสาขาเทคโนโลยี วิศวกรทุกคนที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยรวมทั้งวิศวกรไทยต้องขึ้นทะเบียนกับสภาวิศวกร และสภาวิศวกรต้องจัดการ/ควบคุมวิศวกรให้มีคุณภาพ และจริยธรรมตามมาตรฐาน(ผมเข้าใจว่า ณ ตอนนี้บริษัทต่างๆรับพนักงานโดยดูจาก ปริญญาเพียงอย่างเดียวว่าจบวิศวกรหรือไม่ ยกเว้นเฉพาะบางตำแหน่งที่ต้องการ กว. เช่นพวกควบคุม ออกแบบ เท่านั้น น่าจะไม่ถึงหนึ่งในสามด้วยซ้ำ สภาวิศวกรยังไปไม่ถึงขั้นที่ควบคุมการทำงานของวิศวกรไทยได้ทั้งหมดโดยเฉพาะ ในสาขาไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ที่มีความหลากหลายของสายงาน)
ความร่วมมือสังคมวิศวกร: สถาบันศึกษา สมาคม/ องค์กรวิชาชีพวิศวกรรม ต้องร่วมมือกัน ผลิต บ่มเพาะ ขัดเกลา เพิ่มความรู้ความชำนาญ ให้วิศวกรไทยเป็นวิศวกรที่มีคุณภาพ และจริยธรรมที่ดี ตลอดเวลาที่อยู่ในวิชาชีพวิศกรรรม
ค่าแรงขั้นต่ำ: รัฐบาลจะต้องปรับให้ค่าแรงขั้นต่ำมีอัตราเท่ากันทั้งประเทศ เพื่อ ให้จูงใจให้วิศวกร และแรงงานอื่นๆทำงานในถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเองให้มากขึ้น ลดการย้ายเข้าไปทำงานตามเมืองใหญ่หรือกรุงเทพฯ และลดการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ หากวิศวกร และแรงงานภาคอื่นๆมีงานที่ดีทำในถิ่นฐานบ้านเกิดจะเท่ากับเป็นการพัฒนาชนบทให้เจริญทัดเทียมกันทั้งประเทศ เป็นหนทางหนึ่งที่จำเป็นต้องพัฒนาระบบ Logistics ให้มีประสิทธิภาพ รัฐและท้องถิ่นต้องมีความชัดเจนกับการใช้พิ้นที่อุตสาหกรรม เกษตร ที่อยู่อาศัยหรือท่องเที่ยว (มากกว่าแค่กำหนดZone ส่งเสริมการลงทุนคลุมเป็นภาคหรือจังหวัดอย่างที่เป็นอยู่ ตอนนี้เราจูงใจวิศวกรหรือพนักงานวิชาชีพอื่นไปทำงานต่างจังหวัดโดยมีการจ่ายค่าเช่าบ้านหรือเบื้ยเลี้ยงเพิ่มสำหรับคนนอกพื้นที่ แต่ไม่ค่อยได้มองคนในพื้นที่เท่าไหร่นัก)

 

เอกสารอ้างอิง: ข้อ 1– ข้อ 4 คัดลอกจาก http://rt-spark.blogspot.com/2010/12/2558.html

 

 

 pragarn.jpgประวัติผู้เขียน: นายปราการ กาญจนวตี วุฒิสมาชิกไฟฟ้า และสามัญสมาชิกคอมพิวเตอร์ วสท.

การศึกษา: วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 2509

ประวัติการทำงาน: ทศท. 16ปี ก่อนออกไปร่วมงานภาคเอกชนในธุรกิจโทรคมนาคม ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของ บริษัท เมเชอร์โทรนิกซ์ จำกัด

กรรมการ: กรรมการสาขาไฟฟ้า วสท. ประจำปี 2547 ถึง 2550, 2551 ถึง 2553, และ 2554 ถึง 2556, และที่ปรึกษาคณะกรรมการสาขาคอมพิวเตอร์ วสท. ประจำปี 2551 ถึง 2553 และ2554 ถึง 2556

สมัครสมาชิก EIT



Free business joomla templates